ธรรมชาติมักหักหลังมนุษย์เสมอ

             

คำว่าธรรมชาติไม่ได้หมายถึง ฟ้า ลม ฝน หนาว แต่หมายถึงทุกสิ่งทุกอย่างอันที่อยู่รอบตัวของเราทั้งหมดแม้แต่มนุษย์ด้วยกันเองอย่าไปคิดว่ามนุษย์ไม่ใช่ส่วนหนึ่งของธรรมชาติ ความจริงแล้วมนุษย์คือ ธรรมชาติชนิดหนึ่งต่างหาก เหตุที่ธรรมชาติหักหลังมนุษย์ไม่ใช่เพราะธรรมชาติไม่ดีเลวร้าย แต่เป็นเพราะทุกสรรพสิ่งแห่งความเป็นธรรมชาตินั้นมันไม่มีสิ่งใดเที่ยงแท้แน่นอน

ความไม่แน่นอน คือ สิ่งที่ธรรมชาติจัดสรรให้กับมนุษย์เอาไว้เพื่อเรียนรู้และยอมรับ แต่มนุษย์กลับมีความคิดต้องการ ที่จะเอาชนะธรรมชาติเสียเหลือเกิน

“ในเมื่อธรรมชาติแห่งความจริง มันไม่แน่นอน ดังนั้น ควรมองทุกอย่าง ด้วยหัวใจที่เป็นกลาง”

ไม่ถลำลึก ไม่เข้าไปจนสุดหัวใจ ยืนรู้อยู่ดูด้วยความเป็นกลาง เพราะความเป็นตรงอย่างไม่เอนเอียงจะทำให้เราเห็นความจริงบางอย่างของธรรมชาติทั้งปวงได้ลึกซึ้ง ไม่ว่าจะเป็นธรรมชาติชนิดไหน โดยเฉพาะธรรมชาติในนิสัยหรือพฤติกรรมของมนุษย์ทุกคน

มองง่ายๆ…นักการเมืองบางทีมีชื่อได้ตำแหน่งทางการเมืองสำคัญๆได้เป็นรัฐมนตรีกระทรวงนั่นกระทรวงนี่ อีกทั้งมีข่าวทางสื่อมวลชนนำเสนอว่าได้เป็นแน่ๆ หัวใจของตัวเองพองโต แอบเดินเข้าไปในกระทรวงเพื่อมองห้องทำงานของตัวเอง เผลอๆ มีไปสั่งเฟอร์นิเจอร์ตระเตรียมความพร้อม แต่เมื่อผลออกมา แห้ว…ไม่ได้เป็นอะไรเลยก็มี

ด้วยเพราะธรรมชาติมักหักหลังมนุษย์อย่างนี้ จึงกล่าวได้ว่าสิ่งที่เห็นย่อมไม่เป็นอย่างสิ่งทีคิดเสมอไป การใช้ชีวิตอยู่อย่างมีความหวังนั้นเป็นสิ่งที่ดีแต่ต้องหวังแบบตรงกลางที่มีเหตุผลรองรับ ไม่ใช่หวังแบบเข้าข้างตัวเองแบบสุดโด่ง หรือถ้าหากจะให้อธิบายตามหลักธรรมะ “ทุกสรรพสิ่งแห่งธรรมชาติบนโลกใบนี้ ไม่เที่ยงมนุษย์มักแสดงออกถึงสิ่งที่ตรงกันข้ามกับตัวเองเสมอ บริบทและสิ่งแวดล้อมที่เปลี่ยนไป”