ชมตัวเองว่า “เก่ง” อย่างไม่เขินอาย

เมื่อคุณยอมรับว่าตัวเองเก่งถึงตอนนั้นค่าตัวของคุณจะเพิ่มสูงขึ้นส่งผลให้เงินหลั่งไหลมาหาคุณ

แต่การชมตัวเองว่าเก่งนั้นต้องอาศัยความกล้าครับเพราะคนเรามักจะรู้สึกอายเวลาชมตัวเองคนญี่ปุ่นจำนวนมากมีนิสัยขี้อายจังไม่กล้าชมตัวเองแถมยังเขินอายได้ทุกสถานการณ์ไม่ว่าจะเป็นเวลาทำผิดพลาดทำความเดือดร้อนให้คนอื่นถูกเปรียบเทียบกับคนอื่นต้องพูดต่อหน้าผู้คนจำนวนมากหรือแม้กระทั่งเวลาทำดีคนอื่นก็ตาม

อย่างเช่นบางคนรู้สึกอายเวลาสละที่นั่งให้ผู้สูงอายุบนรถไฟใช่ไหมครับจริงๆแล้วมันเป็นเรื่องที่ดีมากๆแต่เรากลับรู้สึกอายที่จะทำถ้าคิดให้ดีดีเราไม่จำเป็นต้องอายเลยต่อให้เราจะทำผิดพลาดทำให้คนอื่นเดือดร้อนเก่งสู้คนอื่นไม่ได้หรือไม่ได้ยอดเยี่ยมกว่าใครใครมันก็เป็นเรื่องธรรมดาและเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นอยู่บ่อยบ่อยดังนั้นไม่มีใครหัวเราะเยาะหรือดูถูกคุณหรอกครับมีแต่ตัวคุณเท่านั้นเองที่คิดว่ามันน่าอาย

ครั้งแรกที่ผมชมตัวเองว่าเก่งผมรู้สึกอายมากแต่ผมรู้ว่าการคิดว่าตัวเองเก่งจะก่อให้เกิดเรื่องดีดีตามมาเมื่อก่อนผมรู้สึกอายแล้วบอกคนอื่นว่าตัวเองไม่เก่งแต่พอคนอื่นวิจารณ์ผมว่าไม่เก่งหรือไม่ได้เรื่องผมกลับหงุดหงิดเลยไม่แน่ใจเหมือนกันว่าผมคิดว่าตัวเองเก่งหรือไม่เก่งกันแน่

ตอนนี้พอนึกย้อนกลับไปผมก็คิดว่าตัวเองเมื่อก่อนช่างใส่ใจสายตาของสังคมและขี้อายจริงๆในเวลาต่อมาผมได้ออกรายการโทรทัศน์และเริ่มมีลูกน้าผมอยู่บนปกหรือสารคัดหนังสือแน่นอนว่าผมรู้สึกอายแต่ในเมื่อสื่อต่างๆต้องการแบบนั้นผมจึงปล่อยตัวไปตามกระแสโดยยอมปรากฏใบหน้าตามสื่อต่างๆเราไม่ต้องสร้างกระแสด้วยตัวเองแต่คนปล่อยตัวไปตามกระแสที่พัดมาแล้วกระแสน้ำจะแรงขึ้นเรื่อยเรื่อยเองการปิดกั้นตัวเองเพราะความอายเป็นเรื่องที่น่าเสียดายมากครับ

เวลาที่รู้สึกอายฮักคนรอบข้างชมว่าผมเก่งผมจะแน่ใจว่าขอบคุณครับพูดยังไงว่าผมจัดเต็มตื่นไปด้วยความรู้สึกขอบคุณนั้นเองและเมื่อผมพูดว่าขอบคุณผมก็จะเลิกเขินอายและเชื่อว่าตัวเองเก่งจริงๆ

คุณไม่จำเป็นต้องอายหรอกครับอันที่จริงไม่ว่าเรื่องนั้นจะน่าอายหรือไม่ก็ตามหากคุณมองว่ามันเป็นเรื่องที่ยอดเยี่ยมเหตุการณ์ก็จะดำเนินต่อไปในทางที่ดีเองแหละถ้าคนอื่นบอกว่าคุณเก่งก็ให้น้อมรับไว้เราตอบกลับไปว่าขอบคุณก็พอคุณไม่จำเป็นต้องเขินอายเพราะคนที่ไม่เขินอายคือคนที่ดึงดูดเงินครับ

ยอมขาดทุนไปเรื่อยๆ

พูดยังไงว่าการยอมขาดทุนคือทางลัดที่สั้นที่สุดในการเป็นคนที่มีเงินใช้ไม่ขัดสน

ตอนที่ผมลาออกจากงานมาเป็นที่ปรึกษาเธอเป็นการเปลี่ยนสถานะจากพนักงานบริษัทมาเป็นเจ้าของกิจการเจ้าของกิจการต่างจากพนักงานบริษัทตรงที่ต้องยื่นภาษีเองผมจึงพยายามทำทุกวิถีทางเพื่อให้เสียภาษีน้อยที่สุดเท่าที่จะทำได้เพราะไม่อยากขาดทุน

หากรายได้ของผมสูงจนถึงระดับหนึ่งอัตราภาษีจะเพิ่มสูงขึ้นมากผมจึงพยายามควบคุมรายได้ให้ไม่สูงเกินเกณฑ์นั้นด้วยการซื้อของที่ไม่จำเป็นช่วงใกล้ปิดบัญชีและทำเรื่องไร้สาระมากมายเพื่อลดยอดไลค์ได้ของบริษัทเมื่อนึกย้อนดูแล้วนั้นเป็นการพยายามที่เปล่าประโยชน์ที่สุดสำหรับผม

คุณไซโต ฮิโตริ เป็นนักเขียนชื่อดังที่ผมนับถือมากผมได้ยินมาว่าเค้าเสียภาษีด้วยความเต็มใจและสนุกกับการเสียภาษีมากเพราะได้ฟังเรื่องนั้นแหล่ะผมจึงเริ่มพยายามอย่างเปล่าประโยชน์และตัดสินใจว่าจะเสียภาษีโดยไม่หาทางหลบเลี่ยง ผมไม่สนใจว่ารัฐบาลจะเอาภาษีผมไปจ่ายไปใช้ทำอะไรบ้างการคิดว่าภาษีที่ตัวเองเสียไปนั้นถูกนำไปใช้อะไรบ้างเป็นเรื่องที่เปล่าประโยชน์ตัวอย่างเช่นสมมุติว่าคุณบริจาคเงินให้เด็กยากไร้แต่คุณก็ไม่มีทางรู้อยู่ดีว่าเงินจำนวนนั้นถูกนำไปใช้เพื่อเด็กยากไร้จริงหรือเปล่าและถึงแม้มันจะถูกนำไปใช้ในทางที่ไม่ดีคุณก็ทำอะไรไม่ได้อยู่ดี

สรุปคือเราไม่มีทางรู้เลยว่าเงินที่เราจ่ายไปจะถูกนำไปใช้กับเรื่องอะไรจึงควรเลิกเสียดายเงินที่ตัวเองจ่ายไปและใช้เงินไปเรื่อยเรื่อยโดยไม่คิดอะไรมากจะดีกว่า ที่ปรึกษาภาษีอากรที่ผมใช้บริการอยู่ให้คำแนะนำมากมายเกี่ยวกับวิธีลดหย่อนภาษีแต่ผมบอกปัดไปว่าไม่เป็นไรไม่ต้องหาทางลดหย่อนภาษีก็ได้เพราะผมเต็มใจจะจ่าย

เค้ายังหาทางช่วยผมไม่ต้องเสียภาษีมากจึงทำผมด้วยความลังเลว่าจะเอาอย่างนั้นจริงๆเหรอครับหลังจากนั้นผมก็ถูกเรียกเก็บภาษีเยอะมากทำเอาหน้ามืดตามที่ที่ปรึกษาภาษีอากรเตือนไว้แต่ผมก็จ่ายภาษีอย่างสบายใจครับสิ่งที่เกิดขึ้นตามมาคือรายได้ของผมเพิ่มขึ้นเรื่อยเรื่อยทั้งที่ผมทำงานน้อยลง

ด้วยเหตุนี้ผมจึงคิดว่าการยอมขาดทุนคือวิธีหาเงินที่มีประสิทธิภาพมากที่สุดเรื่องการยอมขาดทุนยังไม่จบเพลงเท่านี้ครับผู้ที่ผ่านการฝึกอบรมจากสถาบันนี้รับอนุญาตให้ทำงานเป็นวิทยากรและนำหลักสูตรฝึกอบรมจิตวิทยาไปตรวจสอบเองได้ด้วยอันที่จริงผมจะเรียกเก็บเงินจากพวกเขาก็เพราะนำชื่อเสียงของผมไปใช้ทำมาหากินผมเคยคิดแบบนั้นแต่ถ้าเรียกเก็บเงินจากพวกเขาจริงๆผมก็ต้องเสียภาษีมากขึ้นอีกทำให้เรื่องยิ่งยุ่งยากเปล่าเปล่าผมจึงตัดสินใจว่าผมไม่ต้องการอะไรแล้วสรุปก็คือผมใช้ชื่อเสียงผลงานและความน่าเชื่อถือของสถาบันนี้ไปใช้ฟรีฟรี

การยอมขาดทุนจึงเป็นวิธีหาเงินที่มีประสิทธิภาพที่สุดยิ่งผมยกชื่อเสียงของตัวเองให้คนอื่นไปมากเท่าไหร่ผมก็ยิ่งได้รับบางอย่างกลับมามากเท่านั้นเป็นต้นว่าได้รับความมั่งคั่งกลับมามากถึงสองถึงสามเท่า

แต่หากคุณเคย ใช้วิธีคิดแบบคนทั่วไปทิวาไม่ยอมขาดทุนรมีความเป็นอยู่ที่ยากลำบากคุณก็น่าจะลองเปลี่ยนมาเชื่อสิ่งที่ตรงกันข้ามดูแล้วคุณจะพบกับความสุขครับ

ลองเรียกแม่ว่ายายแก่ติดกันสามครั้ง

Image result for พ่อแม่

วิธีกำจัดความรู้สึกผิดและเป็นอิสระจากสายตาของพ่อแม่อีกวิธีหนึ่งก็คือการลองต่อต้านพ่อแม่เหมือนตอนที่อยู่ในวัยต่อต้านครับ

ต่อต้านพ่อแม่
เย็นชาใส่พ่อแม่
ไม่คิดที่จะตอบแทนบุญคุณพ่อแม่

การเรียกแมวว่ายายแก่เป็นวิธีง่ายที่สุดที่ช่วยให้ลูกเป็นอิสระจากแม่ได้การที่ลูกกล้าเรียกแม่แบบนั้นเป็นเรื่องที่วิเศษมาเพราะวินาทีที่ลูกเกิดคำว่ายายแก่ออกมาก็ถือเป็นการปฏิเสธหาแม่และความคิดของพ่อแม่ในคราวเดียวแล้ว

หากคุณยังไม่เคยต่อต้านพ่อแม่มาก่อนให้ลองเรียกว่าใหญ่แกดูครับถ้าเรียกแค่ครั้งเดียวจะยังไม่ค่อยเห็นผลดังนั้นให้เรียงติดกันสามครั้งอย่างไรก็ตามถ้าจู่จู่ไปเรียกแม่แบบนั้นไม่อาจจะตกใจเราย้อนถามกลับมาว่าเมื่อกี้ว่าไงนะ เพราะฉะนั้นให้ลองพูดเวลาคุณอยู่คนเดียวดูจะดีกว่าครับการที่คุณใส่ใจกับสายตาของคนอื่นหรือสังคมจนไม่สามารถทำเรื่องที่อยากทำรู้สึกว่าตัวเองไม่ได้รับการยอมรับนั้นเป็นหลักฐานที่แสดงว่าคุณใส่ใจสายตาของพ่อแม่กูไม่จำเป็นต้องใส่ใจกับสายตาของพ่อแม่หรือทำตัวเป็นเด็กดีหรอกครับเพราะคุณโตเป็นผู้ใหญ่แล้วควรจะต้องคิดให้ได้ว่าสายตาของพ่อแม่เป็นสิ่งที่ไม่จำเป็นต้องใส่ใจเราได้ไหมว่ายายแก่นับตั้งแต่วันนี้เลยแต่ก็อยากให้แม่ได้ยินนะครับ

ลองบอกตัวเองว่า “แม่มีความสุข”

Image result for happy family

เราบอกตัวเองว่าแม่มีความสุขคงมีใครหลายคนนึกสงสัยการทำแบบนี้เกี่ยวข้องกับการทำให้เงินเข้ามาได้อย่างไรแต่มันเกี่ยวข้องกันอย่างมากเลยครับทัศนคติหรือความคิดเรื่องเงินในแง่ลบเกิดขึ้นจากสภาพแวดล้อมที่แต่ละคนเติบโตมาการอบรมเลี้ยงดูรวมถึงประสบการณ์ที่ได้เห็นและได้ฟังมาทางนี้พ่อแม่คือผู้ที่มีอิทธิพลอย่างมากกับคุณเรียกได้ว่าวิธีเป็นอยู่ของคุณส่วนใหญ่เกิดมาจากพ่อแม่คุณจะซึมซับมุมมองเรื่องเงินของพ่อแม่เช่นกว่าจะได้เงินมาต้องทำงานอาบเหงื่อต่างน้ำความมั่งคั่งเป็นสิ่งที่จะได้มาก็ต่อเมื่อพยายามเต็มที่หรือได้เงินมาเยอะเยอะโดยไม่ต้องลงแรงเป็นเรื่องที่ไม่ดีและมุมมองเหล่านั้นก็หยั่งรากลึกจนกลายเป็นความเชื่อฝั่งรากในตัวคุณ

แม่ตอนนี้คุณจะโตเป็นผู้ใหญ่แล้วคุณก็ยังติดกับความเชื่อนั้นอยู่ดีเพราะฉะนั้นคุณต้องเปลี่ยนความเชื่อหรือวิธีการเป็นอยู่ที่มองเงินในแง่ลบที่เรียนรู้มาจากพ่อแม่เป็นอันดับแรกทุกคนมีโอกาสที่จะได้เป็นอิสระจากกฎที่พ่อแม่สร้างขึ้นมาอยู่หนึ่งครั้งนั่นคือช่วงวัยรุ่นที่คุณอยู่ในวัยต่อต้านหากในช่วงนั้นคุณสามารถต่อต้านทัศนคติของพ่อแม่โดยไม่รู้สึกผิดคุณจะสามารถใช้ชีวิตอย่างมีความสุขและมีอิสระและไม่รู้สึกผิดกับการไม่ทำตามคำสั่งของพ่อแม่

แต่คนที่รู้สึกผิดกับการต่อต้านพ่อแม่จะทำตามคำสั่งของพ่อแม่แล้วน่าจะโตเป็นผู้ใหญ่แล้วก็ยังต้องคอยใส่ใจสายตาคนอื่นอยู่ตลอดเวลาอันที่จริงแล้วคุณไม่ได้ใส่ใจสายตาคนอื่นที่มองคุณหรอกครับแต่คุณใส่ใจกับสายตาของพ่อแม่ต่างหากคุณมีชีวิตอยู่อย่างรู้สึกผิดเพื่อทำโทษตัวเองที่ไม่ทำตามคำสั่งของพ่อแม่เพื่อนผมคนหนึ่งก็รู้สึกผิดที่เคยต่อต้านพ่อแม่ในช่วงวัยรุ่นมาตลอดความเชื่อหนึ่งที่คนกลุ่มนี้มักมีเหมือนกันก็คือคิดว่าแม่น่าสงสารเพื่อนของผมคนนี้ก็คิดว่าแม่น่าสงสารเหมือนกันเค้าจึงรู้สึกแย่เวลาที่แมคถอนหายใจตอนที่เค้ากลับไปเยี่ยมบ้านเกิดในช่วงเทศกาลไหว้บรรพบุรุษเขาพบว่าหลุมศพของบรรพบุรุษสะอาดเอี่ยมแล้วแม่ของเค้าก็ถอนหายใจพร้อมกับพูดว่าฉันทำความสะอาดอยู่คนเดียวเลยนะพอได้ยินดังนั้นเขาก็รู้สึกผิดมากทำให้หลังจากนั้นแม้ว่าจะยุ่งแค่ไหนเขาก็จะพยายามกลับบ้านเกิดในช่วงเทศกาลไหว้บรรพบุรุษเทศกาลปีใหม่และเทศกาล รำลึกถึงวิญญาณของบรรพบุรุษถามว่าเค้ากลับบ้านก่อนเดี๋ยวค่ำรู้สึกว่ามันเป็นหน้าที่ที่ต้องทำเค้าจึงไม่รู้สึกสนุกและทะเลาะกับแม่ด้วยเรื่องที่ไม่เป็นเรื่องทำให้ยิ่งรู้สึกผิดมากขึ้นไปเรื่อยเรื่อย

คนที่ไม่กล้าต่อต้านพ่อแม่ในวัยต่อต้านและใส่ใจกับสายตาของพ่อแม่จะทำตามกฎเกณฑ์ที่พ่อแม่ตั้งไว้เสมอคนแบบนี้มักจะกลัวว่าถ้าต่อต้านพ่อแม่แล้วตัวเองจะเป็นเด็กดื้อหรือลูกที่พ่อแม่ไม่ยอมรับและถ้าพ่อแม่มีมุมมองที่ไม่ดีต่อเรื่องเงินเค้าก็จะมีมุมมองที่ไม่ดีต่อเรื่องเงินเหมือนกับพ่อแม่

คนแบบนี้มันจะมีวิธีเป็นอยู่ในด้านที่เกี่ยวกับเงินในแง่ลบจึงถูกเงินเกลียดและไม่สามารถร่ำรวยได้วิธีกำจัดความรู้สึกผิดและเป็นอิสระจากสายตาของพ่อแม่มีอยู่ด้วยกันสองวิธี

วิธีแรกคือการลองบอกตัวเองว่าแม่มีความสุขความรู้สึกผิดเกิดจากความคิดในทำนองว่าไม่อยากถูกพ่อแม่เกลียดแต่ก็ทำตามความคาดหวังของพ่อแม่ไม่ได้ไม่ก็เราทำให้พ่อแม่ลำบากความคิดเหล่านี้มักจะติดแน่นอยู่ในใจคุณดังนั้นคุณจะต้องเปลี่ยนความคิดที่ว่าตัวคนไม่มีคุณค่าแหมไม่ได้ทำอะไรเลยคุณไม่ได้มีหน้าที่ทำให้พ่อแม่มีความสุขและไม่มีความผิดความทุกข์ของพ่อแม่ไม่เกี่ยวข้องกับคุณและคุณต้องยอมรับว่าแม่มีความสุขเพื่อเพิ่มค่าตัวของตัวเองเพียงเท่าหนีความมั่งคั่งก็จะเข้ามาหาคุณแล้ว

ควรทำภารกิจศาลเจ้าในเวลาที่ขัดสนเรื่องเงิน

ภารกิจศาลเจ้าก็เหมือนกับการบิณฑบาตคุณจึงควรทำภารกิจนี้ในเวลาที่ไม่ค่อยมีเงินพูดอย่างง่ายว่าคุณไม่มีเงินจึงต้องเป็นฝ่ายให้เงินกับคนอื่นก่อนเพื่อความมั่งคั่งให้เค้ามาหาอย่างไรก็ตามถึงแม้คนเราจะสามารถจ่ายเงินค่าโทรศัพท์มือถือ ค่าไฟ ค่าขนม หรือค่าเหล้าได้ แต่คนส่วนใหญ่ก็ยังกังวลการใช้เงินไปกับการทำภารกิจศาลเจ้าอยู่ดีเพราะมองไม่ออกว่าทำไปแล้วจะได้ประโยชน์อะไรขึ้นมาโดยเฉพาะเวลาไม่ค่อยมีเงินเรายิ่งกว่าการใช้เงินเข้าไปใหญ่

แต่ลองคิดดูนะครับเวลากูอยากได้อะไรซักอย่างไม่ว่าจะเป็นรถยนต์หรือสภาล้วนมีกฎเหล็กอยู่ว่าคุณต้องจ่ายเงินก่อนไม่จ่ายเงินแต่อยากได้อยากได้แต่ไม่อยากจ่ายเงินเป็นความคิดที่ขัดแย้งกันอย่างมากครับ

คุณควรตระหนักถึงความขัดแย้งในใจที่อยากได้สิ่งที่ต้องการแต่ไม่อยากเป็นฝ่ายให้ก่อนอันที่จริงยิ่งขัดสนเรื่องเงินเราก็ยิ่งต้องเป็นฝ่ายให้ก่อนแต่ผมไม่ได้หมายความว่าให้คุณทำตัวเป็นคนใจบุญที่เสียสละเงินเพื่อคนอื่นนะครับผมแค่ต้องการให้คุณตระหนักว่าความจริงคุณมีเงินอยู่แล้วเท่านั้นเอง ภารกิจสามเศร้าจะเป็นจุดเริ่มต้นให้คุณตระหนักว่าตัวคุณมีเงินอยู่แล้วเพียงแต่ไม่อยากใช้เงินเท่านั้นเองคุณแค่คิดว่าถ้าใช้เงินไปแล้วเงินก็จะหมดทั้งที่ความจริงแล้วคุณใช้จ่ายไปแล้วเงินจะเข้ามาใหม่

จงคิดว่าการภารกิจศาลเจ้าเป็นภารกิจเหมือนกับการบิณฑบาต

Image result for donate

ผมขอเล่าย้อนกลับไปถึงสาเหตุที่ผมแนะนำให้คุณทำภารกิจศาลเจ้านะครับ

เมื่อปี 2010 หนังสือของผมขายดีผมจึงมีความคิดที่ว่าอยากตอบแทนสังคมด้วยการให้คำปรึกษา

อีกอย่างคนที่กำลังเดือดร้อนอาจจะไม่มีเงินพอจ่ายค่าที่ปรึกษาผมคิดว่าถ้าให้คำปรึกษาฟรีคนที่เดือดร้อนจริงๆน่าจะมากันเยอะแต่ผลกลับออกมาผิดคาดมีคนมาน้อยกว่าที่คิดเยอะมาก

พอดีช่วงนั้นผมมีโอกาสพูดคุยกับรุ่นพี่ท่านหนึ่งซึ่งเป็นที่ปรึกษาและได้ฟังเขาเล่าเรื่องการบิณฑบาตของพระพุทธเจ้า

การบิณฑบาตหมายถึงการที่พระสงฆ์เดินอุ้มบาตรไปตามบ้านเรือนให้พอนะรับอาหารหรือสิ่งของที่ชาวบ้านนำมาถวาย

รุ่นพี่ที่ปรึกษาเราว่าพระพุทธเจ้าให้เรา ไปบิณฑบาตตามบ้านของคนจนแทนที่จะไปบ้านเศรษฐี

คนจนคิดว่าตัวเองยากจน จึงไม่ให้ทานแก่ผู้อื่น ส่งผลให้เขาไม่อาจหลุดพ้นจากความยากจนได้ด้วยเหตุนี้พระพุทธเจ้าจึงตรัสว่าการรับบิณฑบาตจากคนจนเป็นการช่วยให้คนเรานั้นหลุดพ้นจากความยากจน

สาเหตุที่คนจนไม่รวยขึ้นสักทีก็เพราะเขาคิดว่าตัวเองยากจนและไม่มีความสุขจึงไม่ยอมใช้เงินเพื่อคนอื่น

แต่หารู้ไม่ว่าการทำแบบนั้นต่างหากที่ทำให้เขายากจนความหมายที่แท้จริงของการบิณฑบาตคือการสอนให้เห็นถึงความสำคัญของการให้ทานแก่คนอื่นซึ่งช่วยให้หลุดพ้นจากความยากจนได้ครับ

เพราะการเป็นผู้ให้ก่อนจะพักดันให้ความมั่งคั่งหมุนเวียนมาหาเรา ผมประทับใจเรื่องนี้มากการที่ผมให้คำปรึกษาฟรีเป็นการทำลายโอกาสของลูกค้าที่จะเป็นผู้ให้ก่อนและแย่งชิงสิทธิ์ที่จะได้รับความมั่งคั่งมา

ผมจึงเปลี่ยนมาให้คำปรึกษาโดยรับค่าจ้างจากความพอใจของลูกค้าผมให้คำปรึกษาโดยรับค่าจ้างจากความพอใจของลูกค้าเพื่อเปิดโอกาสให้ลูกค้าใช้เงินและเข้าสู่วงจรความมั่งคั่งครับ

คนที่เอาแต่คิดว่าตัวเองไม่มีเงินพอเริ่มใช้เงินจะสามารถเปลี่ยนสามัญสำนึกจากคนที่เคยดูถูกตัวเองมาเป็นถึงจะใช้จ่ายไปแต่ก็ยังมีเงิน

สาเหตุที่คุณไม่สามารถทำเรื่องที่ชอบหรือไปที่ที่อยากไปได้นานไม่ใช่เพราะคุณไม่มีเงินแต่เป็นเพราะคุณไม่ยอมทำเรื่องที่ชอบไม่ยอมใช้เงินและท้อใจไปเองต่างหาก

คุณไม่ยอมรับความมั่งคั่งที่อยู่ตรงหน้าและไม่พยายามไขว่คว้ามันเอาไว้

ผมอยากให้คุณทำภารกิจศาลเจ้าซึ่งเหมือนกับการบิณฑบาตเพื่อที่คุณจะได้เลิกดูถูกตัวเองว่ายากจนครับ

เมื่อคุณตัดสินใจแล้วว่าจะใช้เงินแม้จะไม่ค่อยมีเงินไม่ใช่รอให้มีเงินแล้วค่อยใช้เงินและความมั่งคั่งก็จะเข้ามาหาคุณด้วยช่องทางที่คาดไม่ถึงผมพูดหลายครั้งแล้วว่ารอบตัวผมมีผู้คนมากมายที่ผ่านประสบการณ์น่าแปลกใจแบบนั้นตัวอย่างเช่นผู้หญิงคนหนึ่งยอดเงินที่เหลือติดตัวอยู่ทั้งหมด 10,000 เยนลงในกล่องรับบริจาคในศาลเจ้าปรากฏว่าสามวันต่อมาเธอได้รับตัวแทงม้าที่ถูกรางวัล 300,000 เยนจากลูกค้าที่มาซื้อกระเป๋าในร้านเสื้อผ้าที่เธอทำงานอยู่เรื่องแบบนี้เป็นเรื่องที่คาดไม่ถึงใช่ไหมล่ะครับ ผมได้ฟังผลลัพธ์อันน่าทึ่งของการทำภารกิจศาลเจ้าจากผู้คนมากมายแต่ก็ยังอดนึกประหลาดใจกับเรื่องของผู้หญิงคนนี้ไม่ได้อยู่ดี

เรื่องแบบนี้เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นจริงครับคุณต้องรีบละทิ้งทัศนคติหรือสามัญสำนึกที่คิดว่าตัวเองยากจนผมอยากให้คุณลองทำแม้จะคิดว่าโดนผมหรอกครับส่งใช้เงินแม้จะไม่ค่อยมีเงินไม่ใช่รอให้มีเงินแล้วค่อยใช้รับรองว่าหลังจากนั้นคุณจะมีเงินอย่างแน่นอน

ทำภารกิจศาลเจ้า

ภารกิจศาลเจ้าเป็นภารกิจที่นักเรียนของสถาบันโคะโคะระยะ รู้จักกันดีครับ

วิธีทำภารกิจมีอยู่ว่าให้บริษัทเงิน 10,000 เยนลงในกล่องรับบริจาคของศาลเจ้าโดยให้เลือกศาลเจ้าที่เงียบสงบและไม่ค่อยมีคนไปกดพื้นฐานคือให้บริจาคเงินจำนวน 10,000 เยนแต่คุณจะบริจาคมากกว่านั้นหรือบริจาคตามจิตศรัทธาก็ได้สำหรับคนที่ไม่อยากไปศาลเจ้าสามารถไปบริจาคเงินที่โบสถ์หรือวัดแทนได้เพียงแต่จะต้องเป็นสถานที่ที่ไม่มีอะไรตอบแทนจากเงินบริจาคนี้

คุณอาจสงสัยว่าทำไมต้องบริจาคเงินเยอะขนาดนั้นสาเหตุก็เฉพาะจุดประสงค์ของภารกิจนี้อยู่ที่การใช้เงินไปกับเรื่องที่ไม่มีสาระไม่มีอะไรตอบแทนไม่มีประโยชน์และขาดทุนอย่างไม่ต้องสงสัยไงล่ะครับ

ผมเลือกศาลเจ้าเป็นสถานที่ทำธุรกิจของคนญี่ปุ่นเพราะมักจะมาพึ่งพาศาลเจ้าเวลาที่ต้องการขอพร และผมแนะนำให้ไปศาลเจ้าที่เงียบสงบก็เฉพาะอยากให้คุณเลือกศาลเจ้าที่ไม่ค่อยมีคนไปทำบุญ

จะให้เงินบริจาคทั้งหมด 10,000 เย็นลงในกล่องรับบริจาคเนี่ยนะ แถมยังไปให้ศาลเจ้าที่ไม่ค่อยมีคนมาอีก

ฝันไปเถอะฉันไม่กล้าใช้เงินที่หามาด้วยความยากลำบากตั้ง 10,000 เย็นไปกับเรื่องที่ไร้สาระเปล่าประโยชน์และไม่คุ้มค่าหรอกสำหรับคนที่คิดแบบนี้ถ้าพูดในแง่ดีคือคุณเป็นคนที่ใช้เงินอย่างรู้คุณค่า แต่ถ้าพูดยังไงรายคือคุณก็แค่ไม่อยากขาดทุนเพราะปกติคุณอธิฐานขอพรตั้งเยอะแยะโดยก่อนเรียนใส่กล่องรับบริจาคแค่ 10 เยนเท่านั้น

การทำภารกิจศาลเจ้าเป็นการทำลายวิธีเป็นอยู่ที่ไม่ยอมขาดทุนครับ “คงมีคนจำนวนมากโอดครวญว่าไม่มีเงินมากถึง 10,000 เยนบริจาคเงินเยอะขนาดนั้นไม่ไหวหรอกถ้าบริจาคเงินตั้ง 10,000 เยนเดี๋ยวก็ไม่มีเงินใช้กันพอดี”

แต่ผมอยากให้คุณบริจาคเงินครับคุณควรบริษัทแม้จะไม่ค่อยมีเงินไม่ใช่รอให้มีเงินเยอะก่อนแล้วค่อยมาบริจาคเพราะมันจะช่วยให้เงินเข้ามาหาคุณ

ตัดสินใจ “ทำ” สิ่งที่ตัวเองอยากทำโดยไม่ต้องรอให้มีเงินก่อน

Image result for ตัดสินใจที่จะทำ

คนเรามีความปรารถนาแตกต่างกันไปเช่นอยากทำหรืออยากเรียนอะไรซักอย่างอยากไปที่ไหนสักแห่งไม่ก็อยากได้หรืออยากซื้อของบางอย่าง

แต่บางคนไม่สามารถทำตามความปรารถนาของตัวเองได้เพราะอ้างว่าไม่มีเงินไม่มีเวลาคนในครอบครัวไม่อนุญาตหรือไม่มีคนดูแลลูกร่างกายไม่แข็งแรงเดินทางไม่สะดวกหรือลางานไม่ได้

สำหรับคนแบบนี้ถึงจะมีคนมาเสนอความช่วยเหลือถึงจะหายป่วยหรือถึงจะถูกลอตเตอรี่ก็หาข้ออ้างอย่างอื่นเพื่อจะไม่ทำเรื่องที่ตัวเองอยากทำอยู่ดี สาเหตุที่คุณไม่ทำก็เพราะคิดว่าทำไม่ได้ไม่ใช่ว่าทำไม่ได้เลย

ผมขอย้ำอีกครั้งนะครับคุณต้องให้รอให้เงินเข้ามาก่อนแล้วค่อยทำสิ่งที่อยากทำเมื่อคุณ “ตัดสินใจ” ว่าจะทำเรื่องบางอย่างแล้วเงินจะเข้ามาหาคุณเองโดยที่หาสาเหตุไม่ได้

ตัดสินใจไปก่อนเลยครับตัดสินใจทำไปเลยแม้จะไม่มีเงินก็ตามไม่ใช่คิดเลขในใจว่าถ้าได้ทำก็คงดีนะ

ลองดูอย่างผู้หญิงคนหนึ่งที่เคยมาอบรมที่สถาบันนี้เมื่อก่อนเธอไม่มีเงินกังวลเรื่องลูกแถมยังร่างกายไม่แข็งแรงจะออกไปทำงานนอกบ้านไม่ได้แต่ถ้าอยากทำงานนอกบ้านจึงตัดสินใจเดินทางมาถึงโตเกียวเพื่อเข้ารับการฝึกอบรมที่สถาบันนี้และปัจจุบันเธอก็ได้ทำงานเป็นที่ปรึกษาเชิงจิตวิทยาแล้ว

อย่าถอดใจว่าคนอย่างฉันทำไม่ได้หรอก
สาเหตุที่คุณทำสิ่งที่ตัวเองอยากทำให้สำเร็จไม่ใช่เพราะเงินครอบครัวเวลาบริษัทหรือสถานที่ปัญหามันอยู่ที่วิธีเป็นอยู่ของคนที่เอาแต่คิดว่าทำไม่ได้ต่างหาก

เมื่อประเมินตัวเองต่ำคุณจะไม่มีกำลังใจในการทำสิ่งที่ตัวเองอยากทำและไม่กล้าแม้แต่จะพูดว่าอยากทำสิ่งนั้น จากนั้นเมื่อเวลาผ่านไปสักพักคุณก็เริ่มไม่แน่ใจว่าตัวเองอยากทำอะไรกันแน่ แล้วในที่สุดก็จะกลายเป็นคนที่พูดว่าไม่มีเรื่องที่อยากทำเป็นพิเศษ

ด้วยเหตุนี้ถ้าคุณมีเรื่องที่อยากทำให้ตัดสินใจก่อนหรือว่าจะทำหลังจากตัดสินใจได้แล้วหากคุณไม่ถอดใจง่ายง่ายลกอคุณต้องมองเห็นหนทางสู่ความสำเร็จอย่างแน่นอน

จงอยู่ให้ห่างจากคนที่ห้ามใช้เงิน

เราอยู่ในโลกที่ให้ความสำคัญกับเงินเวลาที่จะใช้เงินจึงมักมีคนเข้ามาขัดขวางนี่เป็นเรื่องที่ไม่มีใครหนีผลและสิ่งกีดขวางชิ้นใหญ่ที่สุดก็คือตัวเอง

ความกลัวหรือความกังวลว่าจะไม่มีเงินจะขู่คุณว่าห้ามใช้เงินถ้าไม่ออมเงินจะเดือดร้อนหรือถ้าเกิดไม่มีเงินเก็บไว้ใช้ในยามจำเป็นจะทำยังไง

ถ้าไม่ปล่อยเงินให้หมุนเวียนไปเงินก็จะไม่เข้ามาแต่คุณกลับไม่ยอมใช้เงินแล้วเอาแต่เก็บออมอย่างเดียวเงินจึงร่อยหรอลงเรื่อยเรื่อย

ก่อนอื่นคุณต้องต่อสู้กับความเชื่อของรักของตัวเองที่ว่าห้ามใช้เงินก่อนครับ

ส่วนสิ่งกีดขวางที่ใหญ่เป็นอันดับสองก็คือคนอื่นเมื่อคุณเริ่มเปลี่ยนวิธีเป็นอยู่ในด้านที่เกี่ยวกับเงินหลักร้อยให้เงินหมุนเวียนไปคุณจะโดนคนอื่นทักท้วงทันทีเป็นต้น

แต่ลองคิดดูนะครับคนที่พูดแบบนั้นก็เป็นคนที่หมกมุ่นเกินและไม่มีเงินเหมือนกับคุณถ้าคุณอยู่กับคนที่หมกมุ่นเรื่องเงินหรือคนจนที่เอาแต่พูดเรื่องเงินอยู่ตลอดเวลาคุณจะไม่สามารถหลุดพ้นจากโลกที่ให้ความสำคัญกับเงินได้

จงอยู่ให้ห่างจากคนแบบนั้นถ้ามีใครพูดกับคุณในทำนองว่า

“ไม่อยากเชื่อเลยว่าใช้เงินไปกับเรื่องไร้สาระแบบนั้น”
“ใช้เงินแบบนั้นระวังเงินจะหมดนะ”
“ฉันเป็นเพื่อนกับคนที่ใช้เงินฟุ่มเฟือยไม่ได้หรอก”
“คุณใช้เงินวิธีที่ผิดอยู่นะ”

ให้คุณตอบไปเลยว่า ”ก็ฉันอยากได้เงินนี้นะ”

จากนั้นให้คุณ ผ่านไปคบหากับคนที่อยู่ในโลกแห่งความมั่งคั่งที่จะสนับสนุนการกระทำของคุณคนแบบนั้นจะพูดให้กำลังใจคุณว่า
“ใช้เงินกับเรื่องที่อยากใช้ไปเลย”
“การใช้เงินไปกับเรื่องไร้สาระมันก็สนุกดีนะ”
“ถ้าอยากใช้เงินก็ต้องใช้สิ”

เมื่อทำแบบนี้แล้วคุณจะหลุดพ้นจากโลกที่ให้ความสำคัญกับเงินได้เงินจะลดลงถ้าเราไม่หมุนเวียนมันไปให้คนอื่นอันที่จริงคนที่ใช้เงินฟุ่มเฟือยที่สุดก็คือคนที่ไม่ยอมใช้เงินและคนที่ขัดขวางไม่ให้คนอื่นใช้เงินนี่แหละครับ

อย่าเหนื่อยยากเพื่อจะมีความสุข

Related image

บางคนขยันทำงานหาเงินเพราะอยากถามเรื่องที่ชอบหรือฝรั่งสนุกสนุกไม่ก็อยากหลุดผลจากสภาพปัจจุบันที่ขัดสนเรื่องเงินแต่พอมุ่งมั่นตั้งใจทำงานไปได้สักพักก็เริ่มรู้สึกทรมานท้อใจและทำงานได้ไม่หลับลื่นส่งผลให้ไม่สามารถทำเป้าหมายให้เป็นจริงได้ ถ้าคุณอยากเปลี่ยนแปลงสถานการณ์นี้แล้วก็คุณต้องมุ่งมั่นตั้งใจทำงานให้น้อยลงครับ

คนเรามักจะคิดว่าการมุ่งมั่นตั้งใจทำงานหรือการหักโหมทำงานหนักเพื่อหาเงินเป็นสิ่งที่น่าชื่นชมมีคุณค่าและทำให้ได้เรียนรู้อะไรมากมาย แต่ถ้าคิดแบบนั้นคุณจะมองไม่เห็นคุณค่าของสิ่งที่ทำได้อยู่แล้วสิ่งที่ทำได้โดยไม่ลำบากและสิ่งที่ทำให้รู้สึกสนุกดังนั้นผมอยากให้คุณเรายึดติดกับความคิดที่ว่าให้ความสำคัญกับความเหนื่อยยากความพยายามความภูมิใจและความทุกข์ทรมาณ

เพื่อที่ว่าคุณจะได้สนุกสนานกับเรื่องที่ชอบเรื่องที่น่าสนุกและเรื่องที่อยากทำอย่างเต็มที่แน่นอนว่าคุณสามารถเรียนรู้เรื่องต่างๆจากประสบการณ์ความเหนื่อยยากและการพยายามก็มีประโยชน์แต่คนมีประสบการณ์เรานั้นมากพอแล้วไม่ใช่หรือเงินที่จะนำมาใช้กับเรื่องสนุกสนุกควรเป็นเงินที่ได้มาจากสิ่งที่ไม่ต้องพยายามมากครับ

เราต้องทำอย่างไรล่ะ?
สิ่งที่คุณควรทำคือลองขอเงินจากพ่อแม่หรือคนในครอบครัวถอนเงินจากที่ฝากธนาคารไม่ก็ใช้เงินโบนัสที่ได้รับมาให้เกลี้ยงครับแต่ถ้าคุณกลัวว่าพ่อแม่หรือคนในครอบครัวจะไม่ยอมให้เงินหรือเกรงว่าถ้าถอนเงินเก็บหรือใช้เงินโบนัสแล้วจะโดนภรรยาบ่นแล้วก็คุณจะหนีจากสถานการณ์เหล่านี้ด้วยการ “มุ่งมั่นตั้งใจทำงานเพื่อหาเงิน” เหมือนเดิม

ที่ผ่านมาคุณทุ่มเททำงานหนักเพราะมันเป็นวิธีหาเงินที่ไม่ต้องรบกวนคนรอบข้างใช่หรือเปล่าอย่างไรก็ตามถึงคุณจะพยายามทำงานหาเงินแต่งเงินก็จะไม่เพิ่มขึ้นสักเท่าไหร่หรอกครับลองตัดสินใจพึ่งคนอื่นดูแม่แนวาคนที่คุณคิดว่าพึ่งพาไม่ได้มากที่สุดหรือคนที่ไม่อยากพึ่งพามากที่สุดอาจจะให้เงินคุณก็ได้แต่ถ้าเขาไม่ให้ก็ใช้เงินเก็บของตัวเองไปเลยอย่าได้น่าเสียดายส่วนคนที่ไม่มีเงินเก็บลองขอยืมคนอื่นดู

ประเด็นสำคัญคือคุณต้องใช้เงินที่มีเพื่อกระตุ้นความมั่งคั่งให้หมุนเวียนไปโดยไม่ต้องหักโหมทำงานหนักครับ