พลังของสิ่งที่ชอบ

พลังของสิ่งที่ชอบ

พลังของสิ่งที่ชอบ

เมื่อทำในสิ่งที่ชอบพลังของเธอก็จะเพิ่มขึ้นเรื่อยเรื่อยเธอจะได้พบกับผู้คนที่น่าทึ่งแล้วหลังจากนั้นโอกาสก็จะวิ่งเข้ามาหาอย่างไม่ขาดสายหรือคนส่วนใหญ่เรียกกันว่าดวงขึ้นนั่นแหละเวลาที่ดวงขึ้นทุกสิ่งรอบตัวก็ชักจะพาเรื่องดีดีเข้ามาหาเธอโดยไม่จำเป็นต้องดิ้นรนเองเลยแล้วเธอจะมีความมั่นใจในตัวเองแล้วก็ลองทำอะไรใหม่ใหม่ส่งผลให้ใช้ชีวิตของเธอเจริญรุ่งเรืองขึ้นไปอีก

ในทางตรงกันข้ามเวลาทำสิ่งที่ไม่ชอบพลังของเธอก็จะถดถอยลงไปเรื่อยเรื่อยเสน่ห์ดึงดูดผู้คนจะจางลงจนแม้แต่ตัวเธอเองก็ยังไม่ชอบตัวเองเธอจะเริ่มปฏิบัติกับคนรอบข้างไม่ดีและชอบบังคับฝืนใจคนอื่นเด็กได้ว่ะมีแต่เรื่องที่ไม่ดีทั้งกับตัวเองและคนรอบข้างการฝืนทำสิ่งที่ไม่ชอบจึงเป็นผลที่ไม่ดีกับใครทั้งนั้นหากเธอยังอยากทำอะไรเพื่อคนที่เธอรักเธอก็ต้องมุ่งมั่นทำในสิ่งที่ชอบเพื่อจะได้แบ่งปันสิ่งดีดีที่เกิดขึ้นให้กับพวกเขา

ฉันเชื่อว่าสิ่งที่ดีที่สุดที่คนเราสามารถอุทิศให้กับโลกได้ก็คือการรู้ว่าตัวเองเราเกิดมาเพื่ออะไรเราทุ่มเทให้กับสิ่งนั้นหรือก็คือการทำสิ่งที่ตัวเองชอบนั่นเองฉันคิดแล้วว่าเท่านี้ก็เพียงพอแล้วเพราะเวลาที่ได้ทำสิ่งที่ตัวเองชอบคนเราก็จะมีความสุขและสามารถส่งต่อพลังที่ทำให้คนรอบข้างมีความสุขไปด้วยคนขายขนมปังธรรมดาก็สามารถทำให้คนจำนวนมากมีความสุขด้วยขนมปังอร่อยอร่อยของเค้าได้รอยยิ้มและขนมปังของเขาก็ทำให้คนอื่นมีความสุขและอารมณ์ดีคนแบบนี้อุทิศตนให้กับสันติภาพมากกว่าพวกเดินประท้วงเพื่อสันติภาพและทิ้งขยะเกลื่อนถนนเป็นไหนไหน

เมื่อทำสิ่งที่ชอบหนทางข้างหน้าย่อมเปิดออกอย่างแน่นอนแต่ละคนอาจจะใช้เวลาช้าเร็วไม่เท่ากันและหลังจากนั้นเงินจะหลั่งไหลเข้ามาหาแต่ถึงแม้ว่าจะไม่มีเงินเข้ามาหากได้ทำสิ่งที่ชอบและมีความสุขแค่นั้นก็น่าจะเพียงพอแล้วไม่ใช่หรือ

ความแตกต่างระหว่างสิ่งที่ถนัดกับสิ่งที่ชอบ

ความแตกต่างระหว่างสิ่งที่ถนัดกับสิ่งที่ชอบ

ความแตกต่างระหว่างสิ่งที่ถนัดกับสิ่งที่ชอบ

ปกติแล้วคนเรามักจะเหมารวมว่าสิ่งที่ถนัดกับสิ่งที่ชอบเป็นสิ่งเดียวกันคนที่ประสบความสำเร็จส่วนมากมักจะเป็นโรคตื่นเต้นเวลาได้ทำสิ่งที่ตัวเองถนัดและความรู้สึกตื่นเต้นที่เกิดจากอะดรีนาลีนที่พุ่งพล่านอาจจะทำให้พวกเขารู้สึกเหมือนว่ากำลังทำสิ่งที่ชอบอยู่ แต่แรงจุงใจจริงๆของพวกเขาไม่ใช่ความสุขที่เกิดจากการได้ทำสิ่งที่ตัวเองชอบหรอกแต่เป็นความปรารถนาที่จะเป็นคนใหญ่คนโตหรือความปรารถนาที่จะมีชีวิตที่น่าตื่นเต้นเราใจสิ่งที่พวกเขาทำสิ่งจำเป็นที่จะต้องเป็นสิ่งที่ถนัดไม่ใช่สิ่งที่ชอบ

การพยายามทำให้ตัวเองโดดเด่นและได้รับการยอมรับจากคนรอบข้างเปรียบเสมือนการซื้อตั๋วรถด่วนพิเศษไปสู่ชีวิตที่เป็นทุกข์เธอน่าจะเคยได้ยินเรื่องของคนที่ประสบความสำเร็จแต่จู่จู่ก็มาฆ่าตัวตายมาบ้างส่วนใหญ่แล้วมาจากสาเหตุนี้แหล่ะพวกเขาบังคับตัวเองให้ทำเรื่องที่ไม่ชอบมาตลอดเพื่อให้พ่อแม่และคนรอบข้างชื่นชมแต่ถึงสังคมจะยอมรับเขาเขาก็ไม่ได้มีความสุขอยู่ดียิ่งพอคิดแล้วว่าในเมื่อประสบความสำเร็จขนาดนี้เราก็ควรจะมีความสุขสิเค้าก็จะยิ่งทุกข์ทรมานกับความจริงซึ่งก็ไม่ใช่เรื่องแปลกเพราะสิ่งที่เขากำลังทำอยู่ไม่ใช่สิ่งที่เค้าอยากจะทำจากใจ

ทั้งที่รู้สึกตื่นเต้นแต่ก็ยังไม่ใช่สิ่งที่ชอบจริงๆอีกเหรอครับ สิ่งที่ชอบเป็นอะไรที่เรียบง่ายและเบาสบายกว่านั้นมันเป็นสิ่งที่เราทำแล้วรู้สึกสนุกสนานจนลืมเวลาต่อให้ไม่ได้เงินหรือไม่ได้รับความชื่นชมจากคนรอบข้างก็ไม่เป็นไร

วินาทีที่ตัดสินใจทำงานที่ตัวเองไม่ชอบเท่ากับเราได้ตัดสินใจจำคุกตัวเองไปแล้วเพราะเราต้องใช้ชีวิตแทบทั้งหมดอยู่กับมัน เทียบกันแล้วนักโทษอาจจะสบายมากกว่าก็ได้เพราะมีชั่วโมงการทำงานที่มากกว่า ไม่มีการบังคับว่าจะต้องทำผลงานหรือให้ได้เท่านั้นเท่านี้แล้วก็ไม่ได้มีเวลากำหนดด้วยนักโทษก็เลยไม่ต้องทำงานล่วงหน้าเวลาจนดึกดื่นเหมือนมนุษย์เงินเดือน

การทำสิ่งที่ชอบก็คือหนทางสู่ความสำเร็จและความสุข

การทำสิ่งที่ชอบก็คือหนทางสู่ความสำเร็จและความสุข

การทำสิ่งที่ชอบก็คือหนทางสู่ความสำเร็จและความสุข

ถ้าอยากประสบความสำเร็จและมีความสุขเธอก็ต้องแค่ทำในสิ่งที่ตัวเองชอบง่ายง่ายแบบนี้เลยเหรอครับแต่ผมว่าการทำสิ่งที่ตัวเองชอบไม่น่าจะได้เงินมากมายนะครับและนั่นก็เป็นความคิดของพวกเขาใช้ชีวิตอย่างน่าเบื่อหน่ายน่ะสิถ้ามุ่งมั่นทำสิ่งที่ตัวเองชอบจากใจจิงแล้วก็ส่วนใหญ่จะประสบความสำเร็จกันแบบไม่รู้ตัวเลยแหละ

เคล็ดลับในการเป็นเศรษฐีที่มีความสุขก็คือทำงานที่ตัวเองชอบและต้องเป็นสิ่งที่ชอบมากขนาดที่ทุ่มเทชีวิตจิตใจให้ได้ถ้าทำสิ่งที่ตัวเองชอบและโอกาสประสบความสำเร็จสูงขึ้นมากอย่างเวลาเธอไปซื้อเสื้อผ้าระหว่างร้านที่ทำงานด้วยความชอบและทุ่มเทให้กับการตัดเย็บเสื้อผ้ากับร้านที่ทำงานเหมือนไม่เต็มใจเธอจะเลือกเข้าร้านไหนล่ะ

ก็ต้องเลือกร้านที่ทำงานด้วยความชอบอยู่แล้วสิครับคำตอบมันชัดเจนอยู่แล้วใช่ไหมล่ะคนเรามากฉันชอบคนที่มีชีวิตชีวาและเต็มเปี่ยมไปด้วยพลังเราจะรู้สึกอยากสนับสนุนพวกเขาเพราะฉะนั้นถ้าอยากประสบความสำเร็จในชีวิตและอยากเป็นเศรษฐีแล้วก็อันดับแรกจะต้องมองหาสิ่งที่ตัวเองจะมอบจิตวิญญาณให้ได้เราทุ่มเทพลังทั้งหมดที่มีให้กับมันแต่น่าเสียดายที่คนส่วนมากไม่ได้ทำแบบนั้นระยองความผิดให้สังคมพ่อแม่หรือระบบการศึกษาว่าเป็นต้นเหตุที่ทำให้ตัวเองยากจนและไม่มีความสุข

ผมไม่เคยคิดโทษคนอื่นเลยแต่ตอนนี้ก็ยังไม่เจอสิ่งที่ตัวเองชอบคนแบบผมต้องทำยังไงถึงจะเจอสิ่งที่ชอบครับ

ผมได้กลับหัวเราะสมกับเป็นคำพูดของพวกหัวกะทิจริงๆเค้าหัวเราะร่วนขอโทษนะฉันไม่ได้ตั้งใจจะดูถูกเธอแต่ทุกคำทุกคนเล่นถามคำถามเดียวกันหมดเลยที่ผ่านมาคนที่ถามคำถามเดียวกันกับเธอเป็นคนหัวดีกันทั้งนั้นเพราะพวกเขาทำแต่เรื่องที่ตัวเองถนัดมาตลอดแหละเพราะทำแต่สิ่งที่พ่อแม่หรือสังคมคาดหวังตั้งแต่เด็กเพราะเขาได้ใช้ชีวิตไปเรื่อยเปื่อยโดยที่ไม่รู้ว่าตัวเอง ชอบอะไรกันแน่แต่ไม่ต้องกังวลจะให้เวลากับมันแล้วทำการบำบัดจิตใจเธอก็จะได้เจอสิ่งที่ชอบอย่างแน่นอน

รู้จักตัวเองและทำในสิ่งที่ชอบ

รู้จักตัวเองและทำในสิ่งที่ชอบ

รู้จักตัวเองและทำในสิ่งที่ชอบ

เขตรับที่สองก็คือการรู้จักตัวเองคนหนุ่มสาวส่วนใหญ่มีชีวิตที่สับสนวุ่นวายเพราะพยายามจะเป็นใครซักคนทั้งที่ยังไม่รู้จักตัวเองดีเลยด้วยซ้ำเช่นบางคนมีหัวเรื่องศิลปะแต่กลับไปเรียนกฎหมายเพียงเพราะเป็นคนเรียนเก่งผลสุดท้ายเลยกลายเป็นคนที่เบื่อหน่ายกับสิ่งที่มีชีวิตและอยู่แบบซังกะตายไปวันวัน

เรื่องแบบนี้จะไม่เกิดขึ้นถ้ารู้จักตัวเองเราเลือกทำในสิ่งที่ชอบคนที่เลือกชีวิตที่มั่นคงแทนการไล่ตามความฝันก็ไม่ต่างกับหรือการลงโทษตัวเองด้วยการมีชีวิตที่น่าเบื่อหน่ายไปจนตายการทำความรู้จักตัวเองอาจจะดูเป็นเรื่องที่ยากแต่ถ้าไม่ฝึกฝนไว้แต่นั่นเนินผลเสียที่ตามมาอาจจะร้ายแรงกว่าที่คิดมากเพราะเธอจะไม่มีทางมีความสุขได้เลยหากไม่รู้ว่าแท้จริงแล้วตัวเองเป็นคนแบบไหนและต้องการอะไรต่อให้ประสบความสำเร็จในสังคมแค่ไหนก็เถอะ

ผมเห็นภาพเลยครับที่ญี่ปุ่นก็มีคนแบบนั้นอยู่เพียบเลยเวลาหางานทำถ้าเรียนจบแล้วไม่ได้งานดีดีตั้งแต่แรกก็จะหางานดีดีไม่ได้อีกเลยเพื่อนเพื่อนของผมเลือกงานโดยดูจากผลประโยชน์เป็นหลักไม่ได้มองเลยว่างานนั้นเหมาะกับตัวเองหรือเปล่าแต่ถ้าผลที่ได้คือการต้องมีชีวิตที่น่าเบื่อนายไปจนตายแล้วก็ผมจะเริ่มกลัวขึ้นมาแล้วสิครับชีวิตมันก็เป็นแบบนี้แหละเพราะฉะนั้นเธอต้องกล้าที่จะทำในสิ่งที่ชอบอย่างนี้ไปเลือกเส้นทางที่สบายกว่าเสียล่ะแล้วถ้าอยากประสบความสำเร็จและมีความสุขด้วยผมจะต้องทำยังไงล่ะครับ

ชีวิตที่ต่างกันของคนมี อิสรภาพกับคนไร้อิสรภาพ

ชีวิตที่ต่างกันของคนมี อิสรภาพกับคนไร้อิสรภาพ

ชีวิตที่ต่างกันของคนมี อิสรภาพกับคนไร้อิสรภาพ

ชีวิตของคนมีอิสรภาพกับคนไร้อิสรภาพคนไร้อิสรภาพต่างกันยังไงนะครับผมลองถามเขา ต่างกันราวฟ้ากับเหวเลยแหละเวลาคนมีอิสรภาพตื่นนอนเค้าจะรู้สึกปลอดโปร่งและคิดว่าวันนี้ช่างวิเศษจริงๆจะทำเรื่องอะไรสนุกสนุกดีนะในขณะที่คนไร้อิสรภาพจะบ่นว่าวันนี้ต้องไปบริษัทอีกแล้วขอนอนต่ออีกซัก 5 นาทีแล้วกัน

ผมคงเป็นเพราะอยากนอนต่ออีก 5 นาทีนั่นแหละครับชีวิตของคนมีสารภาพจะมีเรื่องที่ต้องทำน้อยมากเวลาทั้งหมดตั้งแต่ตื่นนอนตอนเช้าจนถึงเข้านอนถือเป็นช่วงเวลาอิสระเค้าไม่จำเป็นต้องไปทำงานที่ออฟฟิศไม่จำเป็นต้องคอยเอาใจใครเค้าจะมองหาสิ่งที่ตัวเองอยากทำเราสนุกกับมันจนกว่ามันจะพอใจเวลาอารมณ์ดีก็ทำงานบ้านขับรถหรือทำอาหารถ้ารู้สึกยุ่งยากก็มีคนอื่นทำให้แถมยังไปตีกอล์ฟหรือไปเที่ยวเมื่อไหร่ก็ได้

ส่วนชีวิตของคนไร้อิสรภาพจะมีเรื่องที่ต้องทำเต็มไปหมดตื่นเช้ามาก็ต้องรีบกินข้าวแล้วก็หลุดกระหอบขึ้นรถไปทำงานพอไปถึงออฟฟิศก็ยุ่งจนไม่มีเวลาคิดถึงตัวเองในหัวใจมีแต่เรื่องที่ว่าทำยังไงให้งานเสร็จทันนั่นนานทีจะมือล์คิดว่าวันหยุดวันอาทิตย์ก่อนสนุกจังต่อด้วยคิดถึงวันหยุดของอาทิตย์นี้เค้าแทบจะไม่มีช่วงเวลาอิสระเป็นของตัวเองเลยเพราะถึงจะกลับบ้านก็ยังมีเรื่องที่ต้องทำเต็มไปหมดไหนจะต้องดูแลลูกทำงานบ้านและงานจุกจิก ทั้งหลายทั้งปวงจึงไม่เหลือเวลาให้ได้ขบคิดว่าสิ่งที่ตัวเองชอบจริงๆคืออะไร

คนไร้อิสรภาพเป็นคนทำให้ตัวเองหมดอิสรภาพเสียเองพวกคำว่าใช้เวลาตอนกลางคืนและช่วงวันหยุดสัปดาห์ไปกับการระบายความโกรธกลุ่มจากการที่ทำแทนที่จะใช้เวลาอันมีค่าเหล่านั้นจะวางแผนทำให้ตัวเองกลายเป็นคนมีอิสรภาพหรือคิดย้อนทบทวนชีวิตเพื่อเปลี่ยนแปลงตัวเองคนที่มีใจสู้อยู่บ้านก็จะไปลงทะเบียนบัญชีหรือไม่เรียนคอมพิวเตอร์แต่พวกเขาก็ไม่รู้สักนิดว่าสิ่งที่ทำอยู่แค่ช่วยพวกเขากลายเป็นคนอิสรภาพที่เก่งขึ้นมาอีกหน่อยเท่านั้น

แต่ละอาชีพล้วนมีกฎกติกาเฉพาะตัวของตัวเอง

แต่ละอาชีพล้วนมีกฎกติกาเฉพาะตัวของตัวเอง

แต่ละอาชีพล้วนมีกฎกติกาเฉพาะตัวของตัวเอง

        เรื่องที่เธอควรรู้ก็คือตาชี้จะมีกฎกติกาของความสำเร็จไม่เหมือนกันบางครั้งสิ่งที่เป็นประโยชน์กับอาชีพหนึ่งอาจจะไม่เป็นประโยชน์กับอาชีพแน่นอนว่าเราไม่มีเวลามากพอที่จะเรียนรู้กติกาเหล่านั้นทั้งหมดได้เพราะฉะนั้นเธอจะต้องกำหนดเป้าหมายชีวิตของตัวเองให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้อย่างน้อยที่สุดก็เลือกให้ได้ว่าจะเป็นคนที่มีอิสรภาพหรือคนที่ไร้อิสรภาพเพราะยิ่งอายุมากขึ้นยิ่งเรียนรู้กติกาใหม่ใหม่ได้ยากขึ้นตามไปด้วยพนักงานในบริษัทใหญ่ใหญ่ที่เคยประสบความสำเร็จในการงานกลับกลายเป็นผู้ประกอบการที่ล้มเหลวก็เพราะสาเหตุนี้แหล่ะกฏแห่งความสำเร็จที่พวกเขาได้เรียนรู้จากบริษัทใหญ่ใหญ่ตัวอย่างเช่นถ้าอยากเป็นพนักงานธนาคารที่เก่งก็จำเป็นที่จะต้องเรียนรู้งานภาคปฏิบัติเช่นวิธีกรอกใบฝากถอนเงินหรือวิธีลงยอดบัญชีระหว่างสาขาอย่างละเอียดด้วยการเข้าอบรมและลงมือฝึกฝนจนชำนาญ

           แต่ถ้าวันนึงเปลี่ยนไปทำงานที่เป็นบริษัทตัวแทนโฆษณาความรู้จากการทำงานธนาคารที่สั่งสมมา 10 ปีก็แทบจะไม่มีประโยชน์อะไรเลยแล้วจริงด้วยครับผมเริ่มเข้าใจเรื่องกลไกของสังคมที่คุณว่านั่นแหละอีกเรื่องที่ฉันอยากจะให้เธอได้รู้ไว้ก็คือถ้าเราเป็นเศรษฐีเธอจะสามารถช่วยเหลือผู้คนได้อีกมากมายในขณะที่คนที่ไม่มีเงิน

วิธีใช้ชีวิตของคนมีอิสรภาพ

วิธีใช้ชีวิตของคนมีอิสรภาพ

วิธีใช้ชีวิตของคนมีอิสรภาพ

เอาละเปลี่ยนมาพูดถึงคนมีอิสรภาพกันบ้างนะคนที่เป็นเจ้าของธุรกิจถึงจะไม่ทำงานก็มีลูกน้องทำงานแทนและถ้ามีร้านค้าผู้จัดการเก่งๆก็จะคอยดูแลหน้าร้านและสอนงานพนักงานแทนให้ไม่ว่าเธอจะอยู่ที่ไหนบนโลกคนพวกนี้ก็จะช่วยกันบริหารงานแทนอย่างแข็งขันเธอแค่ต้องสร้างระบบที่ทุกคนสามารถทำงานได้อย่างมีความสุขก็พอถ้ามีผู้จัดการเก่งเก่งถึงไม่มีเธอธุรกิจก็ยังขับเคลื่อนไปได้และแน่นอนว่าเธอจะต้องจ่ายค่าตอบแทนให้ผู้จัดการอย่างสมน้ำสมเนื้อด้วยแต่มันก็คุ้มค่าที่จะจ่ายเพราะหลังจากนั้นเงินก็จะไหลเข้าบัญชีธนาคารโดยที่เธอไม่ต้องทำอะไรเลยจิตรกรนักเขียนหรือนักดนตรีที่ประสบความสำเร็จก็เหมือนกันพวกเขาจะได้ค่าลิขสิทธิทุกครั้งที่ผลงานขายได้ไม่ว่าตอนนั้นกำลังจะเป็นหวัดนอนซมกำลังสนุกสนานอยู่ที่ฮาวายหรือกำลังพักผ่อนกับการพักผ่อนบนเรือยอร์ชกลางทะเลเมติเดอริเนี่ยน

กลับได้ที่ผลงานยังมีคนเห็นค่ะยอดเงินฝากในบัญชีธนาคารของพวกเขาก็จะเพิ่มขึ้นเรื่อยเรื่อยนักกีฬาที่ประสบความสำเร็จก็ใช้วิธีการขาย ลิขสิทธิ์หรือทำสัญญาโฆษณาสินค้าทุกครั้งที่รองเท้ากีฬาที่มีชื่อพวกเขาติดอยู่ขายได้พวกเขาก็จะได้ส่วนแบ่งไปด้วยอัตโนมัติและไม่ต้องทำงานแต่ก็รวยได้ฟังดูฉลาดแกมโกงยังไงไม่รู้นะครับโลกเราทุกวันนี้คนที่จะเป็นเศรษฐีได้ก็ต้องเป็นคนที่มอบความสุขหรือสร้างคุณค่าให้กับคนอื่น

คนที่ชอบพูดกันว่าคนรวยเป็นคนจนแต่ฉันว่านั่นมันเป็นเรื่องสมัยที่คนส่วนใหญ่ยังทำงานโรงงานกันโน่นเศรษฐีทุกวันนี้ ก็ไม่ได้รวยจากการกดค่าแรงแต่รวยได้เพราะมอบความสุขให้กับผู้คนจำนวนมากมายต่างหากล่ะ

สุขและความสำเร็จมาให้ด้วยอัตโนมัติซึ่งไม่จริงเลยสักนิด

สุขและความสำเร็จมาให้ด้วยอัตโนมัติซึ่งไม่จริงเลยสักนิด

สุขและความสำเร็จมาให้ด้วยอัตโนมัติซึ่งไม่จริงเลยสักนิด

          มันน่าเศร้านะครับขนาดเป็นแพทย์หรือทนายความก็ยังจะมีความสุขไม่ได้มันไม่ถึงขนาดนั้นหรอกแพทย์หรือทนายความที่มีความสุขและน่ายกย่องก็มีอยู่เยอะอย่างเพื่อนของฉันพวกเขายินดีทำงานเป็นแพทย์หรือทนายความราวกับว่ามันเป็นอาชีพในฝันและใช้ชีวิตเรียบง่ายอีกทั้งรักในสิ่งที่ตัวเองทำอย่างสุดหัวใจจึงไม่ต้องปลอบใจตัวเองด้วยวิธีชีวิตที่ฟุ่มเฟือยหรือข้าวของเครื่องใช้รู้หลาผลก็คือว่าเขามีทรัพย์สินเป็นหลักฐานมั่นคงจนสามารถเกษียรตัวเองได้เร็วและสนุกกับงานที่ตัวเองได้รักอย่างเต็มที่โดยที่ไม่ต้องห่วงอะไร

          นักกีฬาศิลปินและดาราส่วนใหญ่ก็เป็นคนไร้อิสรภาพถ้าตัดสินว่าใครอิสรภาพด้วยกันหรือว่าคนคนนั้นสามารถเริ่มทำงานได้หรือเปล่าเธอจะพบว่านักกีฬาหรือศิลปินจำนวนมากจากเป็นคนไร้อิสรภาพด้วยเช่นกันดูอย่างนะเบสบอลมืออาชีพก็ได้ต่อให้ปีที่แล้วหาเงินได้มากแค่ไหนแต่ถ้าปีนี้ตีลูกไม่โดนเค้าก็จะไม่ได้ค่าตอบแทนอยู่ดีแหละถ้าออกไปตีลูก 10 ครั้งแล้วตีโดนแค่สามครั้งก็เตรียมใจได้เลยว่ารายได้ปีหน้า = ศูนย์แล้วเรียบร้อย ศิลปินก็เหมือนกันผลงานก็ไม่ได้เงินหรือถ้าเพลงออกมาแล้วไม่เปรี้ยงถึงทำไปก็ไม่ได้เงินอยู่ดีเทียบกันแล้วคนกลุ่มนี้อาจจะรู้สึกกดดันยิ่งกว่าเจ้าของธุรกิจส่วนตัวเสียอีกเพราะพวกเขาจะต้องรักษาความนิยมและการสร้างผลงานออกมาให้ได้อย่างต่อเนื่องแต่ถ้าเพลงดังมากแล้วขายซีดีเพลงได้เรื่อยเรื่อยพวกเขาก็จะกลายเป็นคนที่อิสรภาพใช่ไหมล่ะครับ

           ถูกต้องกฎกติกาหรือวิธีการใช้ชีวิตของคนก็มีอิสรภาพกับคนไร้อิสรภาพไม่เหมือนกันถ้าไม่เข้าใจเรื่องนี้ก็ประสบความสำเร็จในฐานะคนที่มีอิสรภาพไม่ได้

สุขและความสำเร็จมาให้โดยอัตโนมัติซึ่งไม่จริงเลยสักนิด

สุขและความสำเร็จมาให้โดยอัตโนมัติซึ่งไม่จริงเลยสักนิด

สุขและความสำเร็จมาให้โดยอัตโนมัติซึ่งไม่จริงเลยสักนิด

มันน่าเศร้านะครับขนาดเป็นทาสหรือทนายความก็ยังมีความสุขไม่ได้

มันไม่ถึงขนาดนั้นหรอกแค่หรือทนายความที่มีความสุขแล้วน่ายกย่องก็มีอยู่เยอะอย่างเพื่อนของฉันพวกเขายินดีทำงานเป็นแพทย์หรือทนายความราวกับว่ามันเป็นอาชีพในฝันและใช้ชีวิตที่เรียบง่ายอีกทั้งรักในสิ่งที่ตัวเองทำอย่างสุดหัวใจจึงไม่ต้องปลอบใจตัวเองด้วยวิธีที่ฟุ่มเฟือยหรือข้าวของเครื่องใช้หรูหราผลก็คือพวกเขามีทรัพย์สินเป็นหลักฐานมั่นคงส่วนสามารถเกษียรตัวเองได้เร็วและสนุกกับงานที่ตัวเองรักได้อย่างเต็มที่โดยที่ไม่ต้องห่วงอะไร

แพทย์กับทนายความคือคนไร้อิสรภาพที่มีรายได้สูง

แพทย์กับทนายความคือคนไร้อิสรภาพที่มีรายได้สูง

แพทย์กับทนายความคือคนไร้อิสรภาพที่มีรายได้สูง

          แพทย์กับทนายความเป็นอาชีพที่คนในสังคมให้การยอมรับว่าประสบความสำเร็จผมจึงขอถามคุณเกลเลอร์ไม่ได้ว่าพวกเขาไม่ใช่คนที่มีอิสรภาพหรือครับเพราะเขาเป็นคนไร้อิสรภาพที่หัวดีมีรายได้สูงต่างหากแถมบางคนยังหลงเข้าใจผิดได้ว่าตัวเองประสบความสำเร็จฉันหวังว่าพวกเขายืนนำหน้าคนจนอยู่แค่ก้าวเดียวเท่านั้นแต่พวกเขามีรายได้สูงนะครับการมีรายได้ที่สูงไม่ได้หมายความว่าจะมีสารภาพตามไปด้วยคนที่มีรายได้สูงมักจะมีรายจ่ายสูงคนพวกนี้มักจะไม่ค่อยสร้างทรัพย์สินเพราะประมาทคิดว่าตัวเองก็จะหาได้ในเดือนหน้าหรือปีหน้าก็จะมีเงินเข้ามาอีกคนที่มีอิสรภาพน่ะคือคนที่มีการใช้ชีวิตอยู่ได้โดยที่ไม่ต้องทำงานส่วนคนไร้อิสรภาพก็คือคนที่ไม่สามารถใช้ชีวิตอยู่ได้โดยไม่ทำงาน โดยเฉลี่ยแล้วแพคกับทนายความก็จะมีรายได้สูงกว่าอาชีพอื่นๆก็จริงแต่ลองดูรูปแบบการใช้ชีวิตของพวกเขาสิส่วนใหญ่จะมีรถกลับบ้านรู้รู้แถมหลายคนยังมีเรือยอร์ชหรือบ้านพักตากอากาศส่วนตัวสด้วยพวกเขาซื้อของฟุ่มเฟือยด้วยเงินกู้ก้อนโตเพราะคิดว่าสิ่งเรานั้นก็คือเครื่องพิสูจน์ความสำเร็จและเอาไว้ใช้ลดหย่อนภาษีแต่ถ้าเลือกตรวจคนไข้หรือเลิกว่าความเมื่อไหร่รายได้ของพวกเขาก็จะกลายเป็นศูนย์ทันที