Water Puppets

Water Puppets

Water Puppets

การแสดงหุ่นกระบอกน้ำของเวียดนามเริ่มมีมาตั้งแต่ศตวรรษที่ 11 จากหมู่บ้านทางสามเหลี่ยมลุ่มแม่น้ำแดงทางตอนเหนือของเวียดนาม

ลักษณะเด่นที่ทำให้หุ่นกระบอกน้ำของเวียดนามโดดเด่นคือลักษณะการเล่นที่ไม่ได้เชิญกันบนบกอย่างหุ่นกระบอกไม้ที่ทาสีเคลือบจะถูกชักโดยคนที่ต้องยืนอยู่ในบ่อน้ำลึกเท่าเอวคนชักหุ้นจะต้องมีอุปกรณ์หรือเทคนิคในการชักอยากให้หุ่นเคลื่อนไหวจากใต้น้ำและคุณอยากจะยืนอยู่ข้างหลังฉาก ฉะนั้นเวลาที่เราดูการแสดงหุ่นจะเห็นแค่หุ่นเคลื่อนไหวอยู่บนน้ำและเล่นกับน้ำราวกับมีชีวิต

การเล่นหุ่นกระบอกน้ำของเวียดนามมาจากการปรับตัวให้เข้ากับชีวิตจริงของชาวนาในยามน้ำท่วมทุ่งนาจากนั้นจึงเกิดการสืบต่อเป็นวัฒนธรรมต่อมา

บนเวทีการแสดงจะมีฉากเปลี่ยนไปบ้าง และที่สำคัญคือดนตรีออเคสต้าเวียดนามที่เล่นดนตรีพื้นเมืองมีเสียงร้องของหญิงสาวและชายหนุ่มคลอเคลียตามเนื้อเพลงนะสถานการณ์แสงสีเสียงตระการตาน่าตื่นเต้นถึงแม้ว่าจะเป็นโรงละครหรือการแสดงหุ่นกระบอกที่ใช้เนื้อที่นิดน้อยก็ตามจึงเป็นที่นิยมในหมู่ท่องเที่ยวและชาวเวียดนามเองอย่างมากแนะนำให้เลือกที่นั่งดันหน้าจะได้เห็นความเคลื่อนไหวชัดและที่สำคัญจะได้รับน้ำกระเซ็นในฉากปาฏิหาริย์ด้วย

Ong Bon Pagoda and Ha Chuong Hoi Quan

Ong Bon Pagoda and Ha Chuong Hoi Quan

Ong Bon Pagoda and Ha Chuong Hoi Quan

พาโกด้านี้สร้างโดยสมาคมฟูเจี้ยน ความเด่นก็คือบรรยากาศที่อบอวลหอมไปด้วยกลิ่นธูปและแวดล้อมไปด้วยงานแกะสลักเคลือบด้วยแผ่นทองเป็นที่เคารพให้กลับอ็อมโบ๋ง เทพผู้พิทักษ์ความสุขและความมั่งคั่งและเพื่อให้คำอธิษฐานเป็นจริงจะต้องเผากระดาษเงินกระดาษทองตามไปด้วย

Ong Bon Pagoda and Ha Chuong Hoi Quan

และจุดเด่นของพรรคก็ได้แห่งนี้อยู่ที่เสาหินแกะสลักเป็นมังกรพันรอบเสาที่ทำมาจากเมืองจีนโดยขนมาทางเวียดนามทางเรือนอกจากนี้มีภาพวาดฝาผนังและงานเซรามิคที่เป็นทัศนียภาพอยู่บนหลังคาถ้ากูได้อย่างนี้จะมีคนกันคับคั่งและคึกคักในช่วงตรุษจีน

Thien Hau Pagoda and Nghia Aa Hoi Quan

Thien Hau Pagoda and Nghia Aa Hoi QuanThien Hau Pagoda and Nghia Aa Hoi Quan

สร้างโดยกลุ่มชุมชนคนจีนกวางตุ้งในช่วงศตวรรษที่ 19 พาโกด้านี้มีทั้งผู้ที่เข้ามาบูชาและกลุ่มนักท่องเที่ยวจากไต้หวันที่เคารพเจ้าแม่ Thien Hau ผู้พิทักษ์รักษาดูแลคนเดินทางทางทะเลให้ปลอดภัยเมื่อเข้าไปในผับกูด้าแห่งนี้อย่าลืมเงยหน้ามองงานเซรามิคที่อยู่บนขอบหลังคาด้วย

 

อีกที่หนึ่งตั้งอยู่ที่ถนนเหวียนจร๊าย โดดเด่นที่งานไม้แกะสลักลงทองแผ่นแล้วเรือไม้ใหญ่แขวนอยู่เหนือประตูออกด้านหน้าพัดโกด้านี้เป็นสถานที่ที่มีคนเคารพนายพลใหญ่กวางออมที่อยู่ข้างหลังแท่นตู้กระจก

Quan Am and Phuoc An Hoi Quan

Quan Am and Phuoc An Hoi Quan

Quan Am and Phuoc An Hoi Quan

วัดกวางอำ หรือกวนอิม เป็นวัดที่มีคนมานมัสการทำความเคารพขอพรกันมากที่สุดเพราะชื่อเสียงของเจ้าแม่กวนอิมนั่นเองสร้างมาตั้งแต่ช่วงต้นต้นศตวรรษที่ 19 โดดเด่นด้วยความสวยงามของเซรามิกชิ้นเล็กชิ้นน้อยตรงขอบหลังคาที่สร้างเป็นฉากเป็นเรื่องของนิทานโบราณของจีน

นอกจากนี้ยังมีบานประตูลงทองภาพวาดจิตรกรรมฝาผนังภาพนูนต่ำและรายละเอียดในงานไม้แกะสลักเหนือบ้านประตูด้านหลังเป็นร้านโล่งไม่กว้างมากนักเป็นที่ควันรูปลอยคละคลุ้ง เพราะมีคนมาจุดธูปบูชาขอพรจากองค์เจ้าแม่กวนอิมที่ประดิษฐานอยู่ในบริเวณนี้

Quan Am and Phuoc An Hoi Quan

นอกจากนี้บนถนนเล่าตื๋อ สร้างโดยกลุ่มฟูเจี้ยนช่วงปี 1902 ได้รับการกล่าวขวัญว่าเป็นวัดที่มีการประดับตกแต่งได้สวยแปลกตาที่สุดไม่ว่าจะเป็นงานเซรามิกที่ทราบกันเรื่องหรืองานไม้แกะสลักประดับกลุ่มเครื่องหมู่บูชาทั้งบนหิ้งบนผนังตามเสาและขอบตะเกียงโคมที่แขวนอยู่

และสิ่งที่มองผ่านไม่ได้ก็คือหมาตัวใหญ่เท่าของจริงพาหนะของกวางออมแค่แผงวัดนี้ผู้คนจึงนิยมถวายของให้ม้าแล้วลูบห่างเขย่ากระดิ่ง เป็นการส่งสัญญาณว่าได้มาทำความเคารพแล้ว

Reunification Palace

Reunification Palace

Reunification Palace

ตั้งอยู่บริเวณใจกลางเมืองโฮจิมินห์เป็นอาคารทันสมัยหลังใหญ่มีสวนสวยต้นหมายโตล้อมรอบตั้งอยู่ในบริเวณที่เคยเป็นทำเนียบของผู้ว่าการชาวฝรั่งเศสที่เรียกว่าทำเนียบบนโรดม

หลังจากที่มีข้อตกลงเจนีวาการสิ้นสุดการยึดครองของฝรั่งเศสก็เริ่มต้นและโงห์ดินเดียมประธานาธิบดีคนแรกของเวียดนามใต้ได้พักนำอยู่ในทำเนียบแห่งนี้ในปีค.. 1963 ทำเนียบมีถูกทิ้งระเบิดโดยทหารอากาศเวียดนามได้และมีการสร้างทำเนียบอิสรภาพขึ้นแทนที่โครงสร้างเก่าที่ถูกทำลายโดยโงเวียดทูสถาปนิกชาวเวียดนามผู้สำเร็จการศึกษาจากฝรั่งเศสและสร้างเสร็จสมบูรณ์ในปีค.. 1966 ต่อมาเวลา 10:45 . วันที่ 30 เมษายนค.. 1975 กองกำลังคอมมิวนิสต์ได้เคลื่อนขบวนรถทางเข้าชนประตูเหล็กด้านหน้าของทำเนียบและคนรัฐบาลเวียดนามใต้ลงทุกวันนี้ทำเนียบเดิมก็ถูกเปิดเป็นเวชภัณฑ์ให้เข้าชมได้โดยทุกสิ่งทุกอย่างถูกทิ้งไว้ให้เหมือนสภาพ เดิมเหมือนในวันที่ 30 เมษายนค.. 1975 โดยชั้นล่างจะเป็นห้องจัดเลี้ยงห้องถุงใหญ่ซึ่งรัฐบาลเวียดนามใต้ประกาศยอมแพ้ล่ะห้องเล็กก็ถูกใช้สำหรับการบรรยายสรุปประจำวันทางทหารในระหว่างช่วงก่อนที่รัฐบาลเวียดนามใต้จะถูกโค่น

ส่วนชั้นสองเป็นห้องรองรับของประธานาธิบดีตรันวันเฮือง ซึ่งเพียบพร้อมด้วยห้องนอนห้องรับประทานอาหารและห้องสวดมนต์แบบคาทอลิกส่วนชั้นสามจะเป็นห้องรับรองของภรรยาประธานาธิบดีและชั้นสี่เป็นห้องฉายภาพยนตร์ส่วนตัวและร้านจอดเฮลิคอปเตอร์

History museum และ Ho Chi Minh Museum

History museum และ Ho Chi Minh Museum

History museum และ Ho Chi Minh Museum

 

อยู่ใกล้กับสวนสัตว์และส่วนพฤกษศาสตร์สร้างโดยฝรั่งเศสบันทึกส่งยุโรปที่สวยสง่างามอีกแห่งหนึ่งพฤษภานี้มีโบราณวัตถุที่แสดงถึงวิวัฒนาการของวัฒนธรรมต่างๆในเวียดนามตั้งแต่อารยธรรมยุคสำริดดงเซิน ไปจะถึงอารยธรรมฟูนัน จามและเขมรความหลากหลายของโบราณนั้นมีตั้งแต่เค้าขอจากยุคหินกองมโหระทึกเครื่องปั้นดินเผางานศิลปะของชาวจามและเครื่องแต่งกายพื้นเมืองของชนกลุ่มน้อยเผ่าต่างๆ

บนชั้นสามทางด้านหลังของอาคารมีห้องสมุดวิจัยที่เก็บรวบรวมหนังสือจากอยู่ฝรั่งเศสที่น่าสนใจมาเป็นจำนวนมาก

History museum และ Ho Chi Minh Museum

สำหรับโฮจิมินห์พิพิธภัณฑ์นี้ตั้งอยู่ที่ริมฝั่งแม่น้ำไซง่อนและแม่น้ำเบนเหง่ ถึงจะไม่ได้อยู่ใจกลางเมืองอย่างพี่พิทพันธ์อื่นๆแต่ก็ไม่ได้ไกลมากเป็นอีกทริปที่ทำให้ได้เห็นไซง่อนมากกว่าระยะทางกว่า 5 กิโลเมตรสามารถจ้างมอเตอร์ไซค์ไปและกลับได้เลยราคาไม่แพงถือว่าสะดวกมาก

พี่พี่ตภัณฑ์ที่บอกเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับชีวิตของโฮจิมินห์ตั้งแต่วัยหนุ่มทุนไปเรียนต่อที่ฝรั่งเศสและกลับมาอีกครั้งก่อนนำประเทศเข้าสู่การปฏิวัติและการขับไล่ชาวตะวันตกกลุ่มถึงการรวมเวียดนามเหนือและเวียดนามใต้ให้เป็นประเทศเวียดนามที่บ้านมังกรอาคารสองชั้นนั้นเป็นมุมที่สามารถเห็นวิวแม่น้ำไซงอนได้เป็นอย่างดี

War Remnant Museum

War Remnant Museum

War Remnant Museum

         อาคารพิพิธภัณฑ์นี้เคยเป็นสำนักงานข่าวสารของอเมริกันมาก่อนครั้งหนึ่งเคยเรียกว่าพิพิธภัณฑ์สงครามจีนแล้วนาฬิกาเป็นพิพิธภัณฑ์ที่มีคนต่างชาติมาเยี่ยมชมมากที่สุดให้เพราะความจริงที่โหดเหี้ยมของสงครามได้ถูกนำมาเสนอเป็นรูปถ่ายหรือเรื่องราวอย่างชัดเจนนอกจากนี้ยังมีภาพถ่ายของผู้คนที่เป็นเหยื่อของสารพิษ Agent orange ที่ยังส่งผลกระทบถึงชีวิตของคนจนถึงทุกวันนี้และหลายคนอาจจะคุ้นเคยกับหลายภาพที่เราเรื่องของสงครามเวียดนามอเมริกันโดยเฉพาะภาพเด็กเด็กวิ่งหนีระเบิดเพลิงหรือระเบิดนาปาล์มที่มีชื่อเสียงไปทั่วโลกเพราะความจริงเหล่านี้ได้สร้างความกระอักกระอ่วนใจให้ผู้ที่เคยสนับสนุนสงครามและสร้างความจดจำให้กับคนรุ่นหลังไม่มีใครอยากให้เหตุการณ์เช่นนี้เกิดซ้ำอีก

ภาพทหารฝ่ายอเมริกันด้วยโดยช่างภาพสงครามระดับโลกอย่าง Tim Page, Larry Burrows and Robert Capa ได้รับชื่อว่าเป็นช่างภาพสงครามที่ผ่านสงครามมามากกว่าทหารคนไหนๆเสียอีก

Robert Capa เสียชีวิตขณะถ่ายภาพในสงครามเวียดนามอเมริกันนี้ด้วยนอกจากงานถ่ายภาพที่เราเรื่องด้วยคำบรรยายเป็นภาษาอังกฤษยังมีอาวุธยุทโธปกรณ์ที่ใช้ทำสงครามในเวลานั้นไม่ว่าจะเป็นขนาดเล็กหรือขนาดใหญ่วางแสดงให้เห็นกันอย่างใกล้ชิดอีกด้วย

Opera House and City Hall

Opera House and City Hall

Opera House and City Hall

Opera เฮ้าส์สองเมืองนี้ฉันอย่างเป็นศักดิ์เป็นศรีของเมืองเหลือเกิน เสียทีว่าไม่เคยได้เข้าไปสัมผัสด้านไหนเลยสักครั้งเพียงแค่แหงนคอชื่นชมความงาม ด้านนอกก็สัมผัสได้ถึงความเย็นของอาคารที่คุณค่าทางสถาปัตยกรรมไม่มีอาคารไหนจะสร้างได้วิจิตรและเต็มไปด้วยฝีมือเท่าส่วนใหญ่ใช้ในการแสดงคอนเสิร์ตดนตรีหรือการแสดงของคนไซ่งอนเอง

ส่วนซิตี้ฮอลล์ด้วยรูปปั้นลุงโฮตรงจตุจักรกลางส่วนด้านหน้าศาลากลางทำให้เข้าใจว่าทั้งสองสิ่งนี้คือสิ่งเดียวกันศาลากลางจะไม่อนุญาตให้คนนอกเข้าชมเพราะเป็นที่ทำงานของรัฐบาลคนผ่านไปผ่านมาจะได้รับ สิทธิ์เพียงชื่นชมและเพลงผิดความสง่างามของอาการแบบยุโรปที่วิจิตรบรรจงจากภายนอกเท่านั้นมาถึงยอดนี้แล้วก็เดินไปดูรูปปั้นอนุสาวรีย์ของโฮจิมินห์ที่อยู่ด้านหน้าด้วยเสียเลย

Central Post Office

Central Post Office

Central Post Office

ไปรษณีย์กลางอายุไม่น้อยกว่าศตวรรษอยู่ข้างหลังของวิหารนอเตรอดาม ความอลังการสวยสง่าตามศิลปะแบบอาณานิคมที่มีกลิ่นความเป็นอยู่โลกแห่งนี้ออกแบบสร้างโดยสถาปนิกคนเดียวกันที่ออกแบบหอไอเฟลคือ  Gustave Eiffel

ไปรษณีย์กลางไม่ได้น่าประทับใจเฉพาะภายนอกเท่านั้นภายในยังมีการตกแต่งด้วยเพดานสูงโขงที่อนุญาตให้แสงจากด้านนอกสองผ่านเข้ามาเน้นความสวยงามของงานกระเบื้อง เก้าอี้ไม้ มีพนักพิงกันแบบคลาสสิกลายประดับตกแต่งผนังรวมถึงตู้โทรศัพท์ทางไกลสาธารณะที่น่าประทับใจ

ไม่ว่าจะมาซื้อแสตมป์ส่งโปร Start รึหาของที่ระลึกเหลือบตาไปทางไหนก็จะต้องพบกับลุงโฮบนผนังด้านไหนที่แขวนรูปเหมือนขนาดครึ่งตัวไว้อย่างสง่าน่าเกรงขาม

Site North Dame

Site North Dame

Site North Dame

สร้างในยุคอาณานิคมในใจกลางย่านที่ตั้งของสถานที่ทำการรัฐบาลกลางเมืองเป็นสัญลักษณ์ของจตุรัสแห่งนี้เสมือนจุดกึ่งกลางของใยแมงมุม ณ ถนนด่องเขย วิหารแห่งนี้สร้างในสไตล์นีโอโรมันเนสมียอดเป็นโลหะสูงตระหง่านความทะเยอทะยานในการออกแบบถูกกล่าวขวัญมามากที่สุดในไซ่ง่อนช่วงเวลานั้นในวันนี้นับเป็นหนึ่งในสถาปัตยกรรมทรงคุณค่ามากที่สุดแห่งหนึ่งเต็มไปด้วยแหล่งสร้างสรรค์ไม่ว่าจะเป็นรายละเอียดน้อยนิดอย่างอิสที่เป็นตัวบทนั้นคนมาทางเรือจากเมืองมาเชของฝรั่งเศสงานกระจกสีก็ได้ช่างงานกระจกจากบริษัท Lorin จากเมือง Chartres และใช้เงินในวันนั้นมากถึง 2.5 ล้านฟรังก์