ต้องทำอย่างไรจึงจะขายของได้

ต้องทำอย่างไรจึงจะขายของได้
ต้องทำอย่างไรจึงจะขายของได้

ผมตระเวนขายหลอดไฟโดยไร้กดกริ่งไปทีละบ้านทำกางอากาศร้อนระอุไม่สิ่ที่จริงควรเรียกว่าพยายามจะอาศัยมากกว่าเพราะไม่ว่าจะกดลิงค์จากการขายบ้านไหนถ้าเจ้าของบ้านไม่ทำหน้าระแวงใส่ก็ไม่พ้นวิทย์ถูกสุนัขกัดคำปฏิเสธแสนเย็นชาจากผู้คนที่บอกว่าไม่  กัดกร่อนจิตใจผมอย่างต่อเนื่องผลก็คือตลอดทั้งวันนั้นผมขายหลอดไฟไม่ได้เลยนะตลอดเดียวผมกินทำเบอร์เกอร์เป็นมื้อเย็นพร้อมกับดูพระอาทิตย์ตกดินบนม้านั่งในสวนสาธารณะพอเหลือบมองลังกระดาษ ที่วางอยู่เต็มเบาะรถผมก็รู้สึกสิ้นหวังที่มาห้ามกลับมาที่บ้านหลังนี้จนกว่าจะขายของหมดคำพูดของคุณเกลเลอร์ วนเวียนอยู่ในหัวผมจนอดคิดไม่ได้ว่าเราจะกลับไปบ้านหลังนั้นไม่ได้อีกแล้วแต่ถ้าถอดใจตรงมีโอกาสดีดีก็จะหลุดลอยไปผมต้องคิดหาวิธีที่จะช่วยพลิกสถานการณ์แบบคราวก่อนให้ได้

สิ่งที่ผมคิดออกก็คือผมจะขายหลอดไฟพร้อมค่าบริการเปลี่ยนหลอดไฟปีเพราะเห็นได้ชัดว่าถ้าพยายามขายหลอดไฟอย่างเดียวต่อไปยังไงก็จะขายไม่ได้ผมรู้มาว่าในฟอริด้ามีประชากรผู้สูงอายุจำนวนมากน่าจะมีคนชราไม่น้อยที่คิดที่อยากจะให้ใครสักคนมาช่วยเปลี่ยนหลอดไฟให้

ผมนอนในรถจนถึงเช้าพอตื่นขึ้นมาก็เรียกความพฤกษ์เหิมด้วยกันคิดว่าเอาล่ะมาวัดกันใหม่ให้รู้ไปเลยว่าจมูหรือจ่าจ่าผมขับรถไปที่อพาร์ทเมนท์ของบ้านพักคนชราหลังจากผ่านด่านพนักงานรักษาความปลอดภัยผมก็ขับลังกระดาษไปกดกริ่งห้องแรกคุณยายคนหนึ่งเปิดประตูออกมาผมเห็นไม่รอช้าเปิดการขายตามวางแผนที่คิดไว้เพราะเป็นนักศึกษามาจากประเทศญี่ปุ่นครับกำลังทำงานเป็นอาสาสมัครให้บริการเปลี่ยนหลอดไฟผมจะเปลี่ยนหลอดไฟให้ห้องฟรีขอแค่ค่าหลอดไฟอย่างเดียวก็พอผมเฝ้ารอคำตอบของคุณยายด้วยใจที่เต้นระทึกคุณอย่ายิ้มให้ผมและหลอดไฟตรงระเบียงห้องฉันมันอยู่จนสูงเปลี่ยนเองไม่ได้และไม่ไหวพอดีเลยเธอช่วยเปลี่ยนให้ฉันหน่อยได้ไหมคำพูดสั้นสั้นของคุณอย่าทำให้ผมแทบจะปล่อยโฮออกมาผมผมความตื้นตันใจเอาไว้เริ่มงานขายครั้งแรกในชีวิต

เพราะเห็นคุณยายแบบนั้นคุณอยากก็ปลื้มมากจนได้ชงชาไหมผมทันทีในตอนที่ผมเปลี่ยนหลอดไฟให้คุณยายในระหว่างที่นั่งดื่มชาคุณยายก็เริ่มเราเรื่องสัพเพเหระให้ฟังซึ่งก็ไม่เป็นปัญหาเพราะผมเก่งเรื่องการนั่งฟังคนอื่นพูดอยู่แล้วหรือพูดให้ถูกต้องว่าผมอ่ะพูดไม่ค่อยเก่งภาษาอังกฤษเท่าไหร่และชอบพยักหน้าเออออตามน้ำมากกว่า

การมาอยู่ที่นี่ทำให้ผมรู้ว่าคนอเมริกันส่วนใหญ่เป็นคนช่างพูดคนที่ชอบฟังเรื่องที่คนอื่นพูดจึงถือเป็นของที่หายาก

และในสังคมที่มีคนพูดเยอะแต่คนตังค์น้อยเมื่อจู่จู่ก็มีเด็กหนุ่มชาวเอเชียโผล่มาทำตัวเป็นผู้ฟังที่ดีทุกคนจึงยินดีต้อนรับเต็มที่และน่าแปลกก็คือคนที่ผมพบเจอมักจะชอบผมกันทุกคนไม่ใช่เพราะว่าผมเป็นคนที่มีเสน่ห์หรือน่าคบหาอะไรหรอกแต่เพราะไม่ค่อยมีใครตั้งไจฟังเรื่องที่พวกเขาพูดเหมือนอย่างผมมากกว่า

11 กันยายน 2001 วันจุดเปลี่ยนของโลก

11 กันยายน 2001 วันจุดเปลี่ยนของโลก

11 กันยายน 2001 วันจุดเปลี่ยนของโลก

ภาพที่ชอบคนทั้งโลกแหละไม่เชื่อสายตาตัวเองก็คือเวิล์ดเทรดเซ็นเตอร์ตึกสูงที่สุดในโลกกำลังค่อยค่อยถล่มลงมากองกับพื้นดินในพริบตาภาพหยุดโลกที่ถูกถ่ายทอดส่งไปทั้งโลกให้ตะลึงงันความยิ่งใหญ่ของสหรัฐถูกท้าทายด้วยการก่อการร้ายยุคใหม่ที่ไม่สามารถป้องกันภัยให้กับใครได้ในกระทั่งตัวเองวันที่จิตสำนึกของคนทั้งโลกเริ่มไม่แน่ใจในความปลอดภัยในการใช้ชีวิตและทรัพย์สินของตัวเอง

วันที่โลกกำลังแสวงหา  สันติภาพสันติสุขเศรษฐกิจที่ยังยืนการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและการใช้ทรัพยากรอย่างมีสติโลกกำลังหมุนสู่ยุคใหม่การยุติสงครามในจิตมนุษย์การสร้างคุณค่าใหม่ในชีวิตและความเป็นอยู่การสร้างจิตรสำนึกต่อมนุษย์และสังคมที่จะต้องบรรจุอยู่ใน พันธกิจวิสัยทัศน์และค่านิยมองค์กรการหยุดโลกหยุดการต่อสู้อย่างขาดสติมาเป็นการต่อสู้ที่มี กติกามีระเบียบจริยธรรมและการคืนกำไรสู่สังคมและพัฒนาคุณค่ามนุษย์ที่จะต้องบรรจุในคุณค่าที่แท้จริงของสินค้า

จากกระแสช็อคโลก 11 กันยายน 2001 ที่เป็นวันจุดเด่นของโลกบรรดามหาเศรษฐีระดับหมื่นล้านของโลกกำลังจะกลายเป็นต้นแบบและผู้นำแห่งการระดมทุนเพื่อขึ้นสังคมทั้งในรูปการบริจาคการสงเคราะห์และการสร้างกิจกรรมเพื่อสังคม

การแสวงหาการปฏิวัติทางจิตวิญญาณมนุษย์เพื่อสันติสุขมนุษยชาติอันถาวร

การแสวงหาการปฏิวัติทางจิตวิญญาณมนุษย์เพื่อสันติสุขมนุษยชาติอันถาวร

การแสวงหาการปฏิวัติทางจิตวิญญาณมนุษย์เพื่อสันติสุขมนุษยชาติอันถาวร

ภัยพิบัติทางธรรมชาตินี้เกิดขึ้นสอดคล้องกับการตกต่ำทางเศรษฐกิจอย่างหนักตั้งแต่นิวยอร์กลองไปจนถึงประเทศทั่วโลกภัยจากการก่อร้ายที่จะต้องระวังกันทุกประเทศทำให้แม้แนวคิดการดำเนินธุรกิจในระบบทุนนิยมเริ่มพลิกตัวหันมาสู่การโดนณรงค์ให้เกิดความสำนึกผิดชอบต่อสังคม การมีจิตสำนึกผิดชอบต่อเพื่อนมนุษย์และการต่อสู้ความยากจนและความไม่เท่าเทียมกันแม้รัฐบาลบางประเทศก็หันกลับไปสู่ยุคการสร้างประชานิยมที่เฉียดใกล้กับแนวคิดสั่งนิยมในอดีตการปรับทัศนคติในการทำธุรกิจยุคใหม่การลงทุนอย่างมีสติและสำนึกผิดชอบต่อเศรษฐกิจและสังคมการผลิตสินค้าที่มีคุณค่าแท้จริงแล้วการคืนกำไรให้สังคมกลายเป็นยุครุ่งอรุณแห่งแนวความคิดในการกลับสู่สัจธรรมในการทำธุรกิจการค้ายุคใหม่ การเริ่มพูดถึงคลื่นลูกที่สี่การปฏิวัติทางจิตวิญญาณมนุษย์เป็นทางเดียวที่จะหยุดความเจริญอย่างขาดสติเพื่อใส่มาหาหนทางสู่ผู้มีปัญญาใหม่ที่ทำให้โลกกลับสู่สันติทุนนิยมยุคใหม่ที่จะต้องมีสติรัฐสำนึกผิดชอบต่อเพื่อนมนุษย์พลังงานผู้ร่วมธุรกิจผู้ถือหุ้นผู้บริโภคสังคมและสิ่งแวดล้อม

ทั้งหมดนี้เป็นไปตามงานวิจัยและคำทำนายในหนังสือเล่มหนึ่งซึ่งเขียนขึ้นในปี 2005 ที่ขายดีไปกว่า 14,000,000 เล่มแนวคิดของนักบริหารระดับโลกยุคใหม่ที่ปรับจากแนวคิดธุรกิจคือสงครามที่จะต้อห้ำหั่นกันอย่างสุดชีวิต เพื่อได้ความเปรียบเทียบทางเศรษฐกิจไปจนถึงการเมืองและสังคมที่ต่อสู้กันอย่างไม่หยุดยั้งทั่วทุกมุมโลกจนถึงจุดแห่งความล่มสลายหายนะเป็นช่วงๆ

เขียนสิ่งที่คิดลงบนกระดาษ

เขียนสิ่งที่คิดลงบนกระดาษ

เขียนสิ่งที่คิดลงบนกระดาษ

เธอควรเขียนเรื่องที่คิดกับเรื่องที่รู้สึกอยู่เป็นประจำลงบนกระดาษคนที่ประสบความสำเร็จส่วนใหญ่จะเขียนความรู้สึกนึกคิดอารมณ์หรือวิสัยทัศน์ลงบนกระดาษเพราะถามให้เขียนลงบนกระดาษก็จะมองไม่เห็นชัดว่าตัวเองกำลังคิดหรือรู้สึกยังไง ที่สำคัญบางอย่างช่วยจัดระเบียบอารมณ์และความคิดให้ไม่สับสนด้วย

ถ้าเป็นไปได้ช่วยหลังแรกเธอควรเขียนสิ่งที่คิดตั้งแต่เช้าจรดเย็นออกมาให้หมดจากนั้นก็พิจารณาว่าความคิดพวกนี้เป็นประโยชน์กับชีวิตของเธอหรือไม่ถ้าความคิดไหนดีก็เก็บไว้ความคิดไหนไม่ดีก็ทิ้งไปเพราะเริ่มควบคุมความคิดของตัวเองได้เธอก็จะกลายเป็นเจ้านายชีวิตตัวเอง

ถ้าเธออยากประสบความสำเร็จไม่ว่าธุรกิจใดเรื่องส่วนตัวอันดับแรกเราต้องพัฒนาทักษะการสื่อสารของตัวเอง การสื่อสารได้ออกเป็นสองแบบก็คือการสื่อสารกับตัวเองและการสื่อสารกับผู้อื่นที่น่าตกใจก็คือคนส่วนใหญ่ไม่รู้ว่าจะต้องสื่อสารกับตัวเองอย่างไรพวกเขาได้ใช้ชีวิตโดยที่ไม่รู้ว่าตัวเองคิดและรู้สึกยังไงในเมื่อไม่รู้จักตัวเองดีพอก็จะเป็นเรื่องธรรมดาที่จะสื่อสารกับคนอื่นไม่รู้เรื่องไม่ต่างกับคนเดินละเมอที่ไม่รู้ว่าตัวเองกำลังทำอะไรอยู่นั่นแหละ

พูดยังไงก็คือเธอต้องขบคิดให้แต่ก่อนว่าตัวเองกำลังคิดและรู้สึกอย่างไรเธอถึงจะคนหกสิ่งที่ตัวเองต้องการอย่างแท้จริงคนเรายิ่งเรียนสูงก็ยิ่งคิดถึงแต่เรื่องผลประโยชน์หรือเรื่องกำไรขาดทุนเป็นหลักจนในที่สุดก็กลายเป็นคนที่ไม่รู้ว่าอะไรคือสิ่งที่ตัวเองต้องการกันแน่

ความคิดสร้างสรรค์ชีวิตอารมณ์บงการชีวิต

ความคิดสร้างสรรค์ชีวิตอารมณ์บงการชีวิต

ความคิดสร้างสรรค์ชีวิตอารมณ์บงการชีวิต

ชีวิตของคนเราถูกสร้างขึ้นมาจากความคิดและในขณะเดียวกันก็ถูกควบคุมด้วยอารมณ์นี้อาจจะฟังดูเกินจริงแต่ก็ปฎิเสธไม่ได้ว่ามันเป็นความจริงอยู่อย่างคนที่ใช้ชีวิตวุ่นวายอยู่กับงานที่ตัวเองไม่ได้ชอบสิเธอคิดว่าทำไมเค้าถึงยอมทำสิ่งที่ไม่ชอบตั้งแต่เช้าจรดเย็นทั้งที่ไม่ใช่ทาสที่ขัดขืนไม่ได้ล่ะ

เพราะถ้าจะให้ลาออกก็กลัวหรือเปล่าครับถูกต้องคนส่วนใหญ่กลัวการเปลี่ยนแปลงในชีวิตพวกเขาจะยึดติดกับชีวิตที่เป็นอยู่ในปัจจุบันเพราะไม่อยากเผชิญหน้ากับความกลัวแต่อาจจะต้องใช้ชีวิตโดยไม่มีความสุขเลยก็ตามพูดยังไงก็คือมนุษย์ส่วนใหญ่ถูกความกลัวบงการชีวิตนั่นเองหรือที่จริงแล้วอารมณ์อื่นๆก็ควบคุมชีวิตเราได้เหมือนกันไม่ว่าจะเป็นอารมณ์โกรธโศกเศร้าหรือซึ่งเซาทุกอารมณ์สามารถทำให้ชีวิตเราพังพี่นาได้จะพูดว่าชีวิตมนุษย์แขวนอยู่กับอารมณ์พวกนี้ก็คงไม่ผิด

ตอนแรกผมคิดว่าคุณพูดเกินจริงไปหน่อยแต่ผมชักเริ่มรู้สึกว่ามันไม่ใช่อย่างที่คุณว่ามาแล้วสิถ้าไม่อยากให้อารมณ์บงการชีวิตเธอจะต้องเข้าใจอย่างทองแท้เสียก่อนว่ามันมีผลกระทบต่อตัวเธอยังไงที่แท้จริงก็แค่ตระหนักว่ามนุษย์สามารถถูกอารมณ์ควบคุมได้ก็ช่วยให้รอดผลจากอำนาจของมันได้ครึ่งนึงแล้วแหละ

ตระหนักถึงพลังของอารมณ์และความคิด

ตระหนักถึงพลังของอารมณ์และความคิด

ตระหนักถึงพลังของอารมณ์และความคิด

ขณะที่จิบชาอยู่บนดาดฟ้า บทสนทนาก็ยังคงดำเนินต่อไปเธอต้องหมั่นตรวจสอบความคิดตัวเองเป็นประจำ

สิ่งที่เธอคิดอยู่เป็นประจำเป็นตัวกำหนดชีวิตของเธอคนที่เป็นเศรษฐีจะคิดถึงแต่เรื่องความมั่งคั่งโอกาสใหม่ใหม่และกิจกรรมสนุกสนุกอยู่เป็นประจำส่วนคนจนจะคิดแต่เรื่องที่เชื่อมโยงกับความยากจนเช่นค่าใช้จ่ายตอนสิ้นเดือนหัวหน้างานที่ชอบหรือการถูกเลิกจ้างพูดง่ายง่ายก็คือสิ่งที่เธอให้ความสนใจในชีวิตประจำวันนี่แหละก็คือตัวกำหนดอนาคตของเธอเอง

ชีวิตของคนเราจะดำเนินไปแบบไหนนั้นขึ้นอยู่กับความคิดและการกระทำซึ่งคนทั่วไปมักคิดว่าการกระทำเป็นสิ่งที่สำคัญกว่าแต่จริงๆแล้วความคิดก็เป็นสิ่งที่ควรใส่ใจไม่แพ้กัน

ถ้าอยากมีชีวิตที่ดีเธอก็ต้องมันคิดแต่เรื่องดีดีเข้าไว้เพราะสิ่งที่คิดจะส่งอิทธิพลต่อการกระทำของเธอนอกจากนั้นเธอยังคงต้องรู้จักเลือกหนังสือที่อ่านรายการโทรทัศน์ที่ดูตลอดจนหัวข้อที่จะพูดคุยกับคนอื่นด้วย

“ความคิดมีผลกับชีวิตขนาดนั้นเชียวเหลือเชื่อเลยนะครับ”

เคยได้ยินคนที่ชอบพูดกันว่าคิดอะไรก็จะได้แบบนั้นใช่ไหมคนที่ไม่ใช่แค่คำพูดเลยลอยหรอกนะแต่เป็นข้อเท็จจริงที่คนที่ประสบความสำเร็จส่วนใหญ่เชื่อกันมีคนจำนวนมากนำหลักการนี้ไปใช้เราประสบความสำเร็จแต่คนทั่วไปกลับไม่ยอมเชื่อเพราะคิดว่าพิสูจน์ไม่ได้

ฝึกพลังสัญชาตญาณ

ฝึกพลังสัญชาตญาณ

ฝึกพลังสัญชาตญาณ

การฝึกพลังสัญชาตญาณเป็นเรื่องสำคัญมาก เวลาที่ต้องตัดสินใจในขั้นสุดท้ายฉันจะใช้ สัญชาตญาณของตัวเองผู้บริหารส่วนใหญ่อาจจะดูเหมือนคนที่ตัดสินใจโดยยึดหลักเหตุผลแต่เวลาที่ต้องตัดสินใจเรื่องสำคัญเค้าจะหันไปใช้สัญชาตญาณแทนและยิ่งประสบความสำเร็จมากเท่าไหร่เค้าก็จะยิ่งขัดเกลาสัญชาตญาณของตัวเองให้เฉียบคมมากขึ้นเท่านั้นฉันอยากให้เธอเชื่อสัญชาตญาณของตัวเองทั้งในเรื่องของการทำธุรกิจและเรื่องการคบหากับผู้คนมีเรื่องอีกมากมายที่สมองคนเราให้คำตอบไม่ได้คนที่เรียนไม่จบหลายคนถึงประสบความสำเร็จมากกว่าคนที่เรียนจบสูงสูงไงล่ะอันนี้ที่จริงแล้วเค้าเรียนจบมหาวิทยาลัยเค้าอาจจะติดนิสัยชอบใช้เหตุผลจนสูญเสียสัญชาตญาณของตัวเองไปก็ได้แต่สิ่งสำคัญในการดำรงชีวิตหรือการทำธุรกิจก็คือสัญชาตญาณในการเอาตัวรอดแบบเดียวกับสัตว์ต่างหาก

สัญชาตญาณต่างกับความรู้สึกทั่วไปยังไงครับสัญชาตญาณก็คือความรู้สึกที่มั่นคงไม่มีเปลี่ยนแปลงส่วนความรู้สึกมันเหมือนประสาทสัมผัสที่เปลี่ยนไปเปลี่ยนมาได้ง่าย

ถ้าอย่างนั้นทำยังไงถึงจะพัฒนาสัญชาตญาณให้เฉียบคมขึ้นได้ล่ะเธอก็ต้องรออาศัยฝึกฝนเท่านั้นเหมือนกล้ามเนื้อที่จะแข็งแรงขึ้นตามการใช้งานและอย่างนี้นี่เองในตอนนั้นสัญชาตญาณของผมไม่ยอมบอกสนิทเลยว่ากำลังจะมีอะไรเกิดขึ้นกับตัวผม

มองศักยภาพของคนและบริษัทให้ออก

มองศักยภาพของคนและบริษัทให้ออก

มองศักยภาพของคนและบริษัทให้ออก

อีกเรื่องหนึ่งก็คือชีวิตเธอจะเป็นอย่างไรขึ้นอยู่กับที่เธอคบหาเธอต้องคบหาผู้คนให้หลากหลายที่สุดเท่าที่จะทำได้แล้วอ่านให้ออกว่าคนที่คบหาอยู่นั้นเป็นคนยังไงให้ได้ภายใน 5 นาที เพราะถ้าทำไม่ได้เธออาจจะต้องเจอกับเรื่องเยอะแย่สารพัดเรื่องเลยทีเดียวแต่อันที่จริงช่วงวัยหนุ่มสาวการได้เจอเรื่องที่ทำให้เจ็บปวดบ้างถือเป็นเรื่องที่ดีนะเพราะในอนาคตมันจะเป็นประโยชน์กับตัวเธอเอง

การมองคนให้ออกถือว่าเป็นจุดเริ่มต้นที่สำคัญมากกับการลงมือทำธุรกิจในอนาคตเวลาสร้างทีมของตัวเองถ้าเธอมองไม่ออกว่าใครเหมาะสมกับงานไหนเธอก็ไม่มีทางสร้างทีมที่ดีขึ้นมาได้

ง่ายจะตายไปเธอแค่ต้องมองตาเขาแล้วดูว่าเค้ามีความจริงใจอยู่ภายในดวงตาคู่นั้นไหมระหว่างคนที่ยิ้มแบบไม่เป็นธรรมชาติไว้ให้ดีคนที่ซื่อตรงและให้ชีวิตจะสนุกสนานจะมีรอยยิ้มที่สดใสเวลาพิจารณานิสัยของคนอื่นก็ให้สังเกตว่าเค้าทำตัวยังไงกับคนที่ไม่ได้มีส่วนได้ส่วนเสียกับเค้าโดยตรง

ตัวอย่างเช่นลองสังเกตดูว่าเค้าทำตัวยังไงกับพนักงานเสิร์ฟที่ร้านอาหารหรือแม่บ้านทำความสะอาดนิสัยใจคอจริงๆของเค้าจะปรากฏออกมาให้เห็นตอนนั้นแหละคนที่มีความจริงใจจะกล่าวขอบคุณคนนั้นอย่างสุภาพส่วนคนที่ไม่จริงใจถึงแม้เค้าจะสุภาพกับเธออาจจะพูดจาไม่เกรงใจกับคนที่มีสถานะต่ำกว่าตัวเอง

เธอต้องเมาเนื้อแท้ของธุรกิจไหนออกมามีศักยภาพแค่ไหนถ้าสินะแต่ถ้าบริษัทไม่สู้ดีก็ควรระวังไว้เพราะมีโอกาสสูงที่การบริหารจัดการของบริษัทจะไม่ค่อยราบรื่นและควรดูด้วยว่าประธานบริษัทติดเหล้าผู้หญิงหรือการพนันหรือเปล่า

อ่านกระแสโชคชะตาและวงจรชีวิตให้ออก

อ่านกระแสโชคชะตาและวงจรชีวิตให้ออก

อ่านกระแสโชคชะตาและวงจรชีวิตให้ออก

สิ่งสำคัญพอๆกับกระแสก็คือวงจรชีวิตชีวิตคนเรามีทั้งขาขึ้นและขาลงเช่นเดียวกับสังคมประเทศหลายวัฒนธรรมตอนค่ะขึ้นไม่ว่าจะทำอะไรก็ราบรื่นไปเสียหมดส่วนตอนขาลงไม่ว่าจะทำอะไรก็ผิดพลาด ไปเสียทุกอย่าง พูดที่ทำท่าว่าจะประสบความสำเร็จอยู่ร่อมร่อแต่กลับล้มเหลวกลางคันก็เพราะอ่านวงจรชีวิตพาไปนี่แหละ

ชีวิตของคนเราจะมีเรื่องของกระแสโชคชะตาเข้ามาเกี่ยวข้องด้วยเสมอดังนั้นถ้าอยากประสบความสำเร็จเธอต้องรู้ให้แน่ชัดว่าชีวิตของตัวเองกำลังอยู่ในช่วงขาขึ้นหรือขาลง ต้องมองให้ขาดว่าตอนนี้คนเหยียบเบรคหรือคันเร่งถ้าโชคชะตากำลังอยู่ในช่วงขาลงเธอก็ต้องหักห้ามใจไม่ผลีผลามทำอะไรอย่าโตเกินตัวและใช้ชีวิตอย่างค่อยเป็นค่อยไป

เมื่อไหร่ที่โชคชะตาเข้าสู่ช่วงขาขึ้นเธอจะรู้สึกเหมือนกำลังแล่นเรือท่ามกลางสภาพอากาศที่เป็นใจเมื่อถึงตอนนั้นจงกลางใบเรือออกให้เต็มที่เราสู้สุดตัวให้รู้ผลแพ้ชนะไปเลยแต่ถ้าเธออ่านกระแสโชคชะตาของตัวเองออกเธอจะสามารถหลีกเลี่ยงความผิดพลาดและไม่ทำให้เกิดความเสียหายร้ายแรงตามมา

เพิ่มพลังสัญชาตญาณฝึกการมองคนและสิ่งต่างๆให้แตกฉาน

เพิ่มพลังสัญชาตญาณฝึกการมองคนและสิ่งต่างๆให้แตกฉาน

เพิ่มพลังสัญชาตญาณฝึกการมองคนและสิ่งต่างๆให้แตกฉาน

ช่วงบ่ายวันหนึ่งที่อากาศแจ่มใสคุณเกลเลอร์ เอ่ยปากชวนผมไปล่องเรือยนต์ ผมดีใจมากขอบพระคุณพระเจ้าที่ทำให้ผมได้มาที่ฟลอริดา พอเรือแล่นออกจากคลองสู่ทะเลบทเรียนก็เริ่มขึ้นอีกครั้ง

ผมคิดว่าคำสอนที่ผ่านมาของคุณเกลเลอร มีคุณค่ายิ่งกว่าการไปลงเรียนเอบีเอเป็นไหนๆ คุณเกลเลอร์ ค่อยค่อยหย่อนตัวลงบนเก้าอี้ที่ดาดฟ้าเรือเราเริ่มพูด รวบรวมสมาธิทั้งหมดไปที่ประสาทหูเพื่อไม่ให้มีคำพูดไหนของเขาเล็ดลอดไปได้แม้แต่คำเดียว

ชีวิตของฉันเริ่มต้นจากเรือพายลำเล็กๆจากนั้นก็ขยายหรือให้ใหญ่ขึ้นจนสามารถดำเนินชีวิตในแบบที่ตัวเองต้องการได้อย่างทุกวันนี้สิ่งสำคัญที่สุดที่ช่วยฉันทำแบบนั้นได้ก็คือความสามารถในการอ่านกระแสน้ำและกระแสลมหรือความสามารถในการมองเห็นสิ่งต่างๆได้อย่างแตกฉานนั่นเองเธอต้องรู้จักคาดการณ์ให้ได้ว่ากระแสสังคมจะเป็นอย่างไรหรือกระแสเงินกำลังไหลไปที่ไหนคนที่เป็นเศรษฐีใช้ประสาทสัมผัสทั้งหมดไปกับการอ่านกระแสนี้แหล่ะ

เมื่อถึงเวลานั้นขอให้เธอนึกถึงเรื่องนี้ไว้จำไว้ให้ดีว่าต่อจากในอีก 10 ปีหรือ 20 ปีเมื่ออเมริกากลับมาลำพองใจอีกครั้งจุดเปลี่ยนของเกมก็จะมาถึง

เวลาอ่านกระแสการไหลของเงินเธอไม่จำเป็นต้องใช้ความรู้ทางด้านเศรษฐศาสตร์ขั้นสูงอะไรเลยแค่เพิ่งสามัญสำนึกรักสัญชาตญาณของตัวเองก็พอที่สำคัญคืออย่าได้หลงไปกับกระแสสังคมเล็กๆแต่ให้พิจารณาสิ่งต่างๆจากกระแสสังคมใหญ่ที่เกิดขึ้นอย่างน้อยในช่วงระยะเวลาห้าปีหรือ 10 ปีนั้น