เปลี่ยนศตวรรษ สัจธรรมเปลี่ยนตาม

 “คนเราทุกคน สามารถอยู่ดีมีสุขได้ หากรู้จักประหยัดและเก็มหอมรอมริบ” คำสอนที่พวกเราหลายคน คุ้นเคยกันดี แต่สมัยนี้ ‘สัจธรรม’ มันเปลี่ยนไปแล้ว

น่าเศร้า ที่บางคนศรัทธาในคติพจน์ดังกล่าวมาก ถึงขนาดจำกัดความต้องการของตัวเองและคนรอบข้างเอาไว้ ใช้ชีวิตราวกับว่าพรุ่งนี้จะเกิดวิกฤติเศรษฐกิจครั้งใหญ่

คนส่วนใหญ่ในประเทศไทยเรา มักเข้าใจว่า ‘การใช้ชีวิตอย่างกดข่มความต้องการ’ เป็นคุณธรรมข้อหนึ่งที่น่ายกย่องสรรเสริญ เหล่าคนที่ยังมีชีวิตลำบากยากจนข้นแค้นอยู่ ก็คือ คนส่วนใหญ่เหล่านั้นนั่นเองแล

ขอย้ำอีกครั้งว่า “ถ้าคุณอยากมีความสุข ต้องหาทางรับสิ่งต่างๆเพิ่มเข้ามาในชีวิต ไม่ใช่เอาแต่ตัดออกไป”

ไม่ว่าจะรับรายได้ รับโอกาส รับความนิยม ฯลฯ สัจธรรมยุคใหม่นี้ ที่เห็นจริงก็คือ…… “ขยันผิดวิธี สิบปีก็ยังไม่สำเร็จ”

ในขณะเดียวกันถ้ามีเครื่องมือและทัศนคติที่ถูกต้อง ใช้เวลาแค่ข้ามคืนเดียว ก็อาจจะรวยได้สบายๆ โรเบิร์ต ที คิโยซากิ ผู้เขียนหนังสือ

‘พ่อรวยสอนลูก’ กล่าวว่า “ถ้าอยากมีคุณภาพชีวิตที่ดี ต้องพยายามหารายได้เพิ่มขึ้น ไม่ใช่ลดความต้องการของตัวเองลง”

นั่นถือเป็นคำกล่าวที่ถูกต้อง และควรยืดถือมาเป็นแนวทางใช้ชิวิตมากกว่า เพราะมันสอดคล้องกับกฏธรรมชาติอย่างยิ่ง

อนิจจา คนในสังคมส่วนใหญ่ มักจะรับความเชื่อและแนวคิดจากผู้อื่นมาเป็นปรัชญาอันสูงส่ง เพื่อใช้ในการดำรงชีวิต โดยไม่เคยวิเคราะห์หาคำตอบที่เป็นจริง เพราะส่วนใหญ่ยังคงเสพติดคำคม นิยมละคร และใช้ชีวิตโซเชียล /โลกออนไลน์ เหมือนคนนอนครึ่งหลับครึ่งตื่นอยู่ตลอด 24 ชั่วโมง ทำให้เบื่อชีวิตและตกต่ำอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน

การมีชีวิตที่เพียงพอ ไม่ได้หมายถึงมีแค่ที่ซุกหัวนอน หมอนหนุนหัว และมีข้าวกินไปวันๆเท่านั้น …..แต่มันยัง หมายถึงชีวิตที่มีคุณภาพ มีความสุข มีอิสระทั้งกายและใจ ไม่ต้องพึ่งพาใคร

 

ปราศจากความกังวล ปราศจากความกลัว กลัวว่าจะถูกใครรังแก กลัวว่าค่าใช้จ่ายฉุกเฉินยามเจ็บป่วยจะไม่เพียงพอ กลัวว่าจะไม่สามารถหาเลี้ยงตนเองตอนแก่ได้ และกลัวว่าจะต้องตายอย่างโดดเดี่ยว

ปกติแล้ว เมื่อถึงจุดๆหนึ่งในวัยผู้ใหญ่ คนไทยเรามักจะคิดหาทางร่ำรวยและประสบการสำเร็จ ด้วยการวิ่งเข้าหากำลังใจและคำแนะนำจากบรรดาผู้ที่ตั้งตัวเป็นกูรูหรือภาพลักษณ์ประสบความสำเร็จก่อน  อันที่จริงแล้ว การหาทางออกให้กับชีวิตของพวกเขา เป็นเรื่องที่เข้าใจได้และไม่ใช่สิ่งที่น่าตำหนิ เพราะใครๆก็อยากมีคุณภาพชีวิตที่ดีด้วยกันทั้งสิ้น ……คำถาม คือ ทำไมคนส่วนใหญ่จึงยังมีชีวิตครึ่งๆ กลางๆ ย่ำอยู่กับที่ ?

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *