ยุทธวิธีปล่อยของ

ไม่น่าเชื่อก็ต้องเชื่อว่าในทุกสังคมและวงการต่างมีบุคคลที่บางครั้งยอมกระทำทุกอย่างเพื่อให้ตนได้ขึ้นมาเป็นใหญ่ อำนาจวาสนาย่อมมาพร้อมกับความชิบหายถ้าหากมีแล้วใช้ในทางที่ผิดหรือผู้มีอำนาจใช้แบบลุ่มหลงมัวเมาพอได้นั่งเก้าอี้ประจำตำแหน่งแล้ว มีบางสิ่งที่เปลี่ยนไปเหมืนอนนั่งเ นั่งเก้าอี้ประจำตำแหน่งแล้วมีบางสิ่งที่เปลี่ยนไปเหมือนคนมีองค์ลงประทับ

                       แถมบางสิ่งที่เขาห้ามบอกว่าอย่าทำเลยมันเสี่ยงนะ…ก็ไม่เชื่อดันตวัดกลับเพราะอั๊วะใหญ่ที่สุดตอนนี้อยากทำอะไรต้องทำได้ …

ในพฤติกรรมศาสตร์ เค้าบอกว่าคนเล็กชอบทำตัวใหญ่คนใหญ่จริงๆมันก็ทำตัวเล็ก ทีนี้บางคนมีอำนาจขึ้นมาใหญ่เล็กน้อยอวดตัวซะ บางทีก็ใช้อำนาจไปในทางที่ผิดจนลูกน้องต้องส่ายหัว เพื่อนรุ่นพ่อผมเรียกชื่อแกว่าลุงเภา เป็นตำรวจนอกราชการชอบมาเล่าอะไรแปลกแปลกในแวดในวงของคนสีกากีให้ฟัง บางเรื่องฟังเราก็เก็บเอามาคิดว่ามันเป็นไปได้เหรอวะ… แต่พอนึกถึงสโลแกนตำรวจแล้วเออเนาะ

ภายใต้ดวงอาทิตย์

ไม่มีสิ่งใด ที่ตำรวจไทย ทำไม่ได้

แม้ว่าเพื่อนคนนี้ของผมจะออกราชการมานานแล้ว ด้วยคลองหยดสุดท้ายที่พันตำรวจโท สมัยนั้นเค้าเรียกกันว่าสารวัตรใหญ่ เพราะเมื่อก่อนยังไม่มีตำแหน่งผู้กำกับ ชื่อของตำรวจยังใช้ชื่อเดิมว่ากรมตำรวจ เพราะมีสถานะเป็นเพียงแค่กรม ขึ้นกับกระทรวงมหาดไทย ต่อมาที่เปลี่ยนแปลงสำนักงานตำรวจแห่งชาติก็ไม่กี่ 10 ปีนี่เอง โดยมาขึ้นกับสำนักนายกฯ

ไม่ว่าจะขึ้นกับส่วนไหนก็ตามความเป็นตำรวจก็คือตำรวจ ที่ต้องทำงานหนักและตำรวจโดยมากจะเป็นคนที่จริงจังมุ่งมั่นทำงานกัน อย่างที่กล่าวมานั่นแหละทุกวงการมีทั้งคนดีและคนที่ชอบใช้เล่ห์เป็นอาวุธ

ลุงเภาบอกว่าตำรวจไม่เก่ง และมีความสามารถพิเศษอันนอกเหนือจากการจับโจรผู้ร้าย และเป่านกหวีดกับการจราจรแล้วก็คือ

1. เป็นนักวิ่งในฤดูร้อนกับฤดูฝน
2. เป็นนักร้อง

นักวิ่งในฤดูฝนนั่นหมายถึง การวิ่งเพื่อจัดเลื่อนยศปลดย้ายไปอยู่ในที่ที่ดีนั้นเองตั้งแต่ช่วงประมาณกุมภาพันธ์ไปจนถึงเดือนกันยายน

การวิ่งโดยสมัยก่อนจะใช้เส้นมากกว่าใช้เงินในสองช่วงฤดูที่นักวิ่งนอกจากจะวิ่งกันขาขวิด แล้วยังไปเล่นของบนบานศาลกล่าวกับสิ่งศักดิ์สิทธิ์ด้วยคือ ไปกราบหลวงพ่อโสธรกันยกใหญ่ หวังให้ท่านเมตตาช่วยเพราะหลวงพ่อโสธรเค้าลือกันว่ารักตำรวจ

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *