ยุทธศาสตร์อยากขึ้นไปใหญ่

ความจริงเรื่องของการเหยียบบ่าขึ้นไปใหญ่เป็นกลยุทธ์ที่รวมเอาไว้ถึงเรื่องของการแทงหลังและพยายามด้วยค่ะพร้อมสรรพเพียงเพื่อหวังให้ตนเองได้ผลประโยชน์ที่หวังโดยที่ไม่ได้ก้มลงมาดูหรือมองมาตัวเองเลยว่ามีความสามารถจริงหรือไม่ แต่อาศัยการใช้คำพูดที่ฟังแล้วดูดีสร้างภาพให้แก่ตนเองได้และพร้อมที่จะสาดโคลนแทงหลังเผายับกับคนอื่น

กลยุทธ์นี้จะสามารถใช้ได้ผลกับคนที่มีปัญญาแต่ขาดการพิจารณาไตร่ตรองหรือพูดยังไงว่าแม่งโง่ซ้ำซากเสียดายทุกคำข้าวที่กินเข้าไปมันไม่ได้ไปช่วยให้สมองมีพัฒนาการที่ดีเลยน่าจะหันไปกินหญ้าแทน

ที่โรงเรียนเอกชนแห่งหนึ่งผู้อำนวยการโรงเรียนหรือเรียกกันสั้นสั้นว่าผอ. ผู้ที่พยายามพรีเซนต์ตัวเองว่าเก่งมีวิสัยทัศน์ต่อหน้าเจ้า ของโรงเรียนทั้งที่ความจริงตัวเธอเองอวดรู้มากกว่ารู้แล้วยังมีความคิดอีกว่าคนอื่นโง่หมดตัวเองฉลาดอยู่คนเดียว

คุณพิสมัยผอ. ประจำโรงเรียน ก็รู้ดีว่าครูติวคนนี้มีความสนิทกับเจ้าของโรงเรียนอย่างมากแต่เธอก็ไม่ได้มีข้อสงสัยหรือตำหนิอะไรครูติว เลยเพราะเป็นคนที่ทำงานดีสอนหนังสือดีแล้วว่าหนึ่งครูติวได้พาเพื่อนคนหนึ่งมาแนะนำให้รู้จัก

เป็นครูสอนภาษาต่างประเทศเพื่อแนะนำให้จ้างมาสอนโรงเรียนฐานะเป็นคุณครูพิเศษเหมือนกันเธอชื่อครูต้อมเมื่อครูต้องรู้จักกับผอ. แล้ว ต่อมาเธอก็โทรหากันกินข้าวกันบ่อยครั้งจนเรียกได้ว่าเริ่มมีความสัมพันธ์ที่รู้จักและสนิทชิดเชื้อกันอย่างดี

ยุทธศาสตร์ทั้งหลังเลยขาเหยียบบ่าขึ้นไปใหญ่จึงเริ่มเกิดขึ้น ครูต้อมผู้มีอายุมากกว่าครูติวเล็กน้อย ค่อยค่อยเล่าเรื่องและโหมไฟใส่ครูติวทีละเรื่องสองเรื่อง จนผอ. สมองควายเชื่อคารมเรียบร้อย ผอ. จึงเริ่มมีปฏิกิริยากับครูติวทีละน้อยจากที่เคยแนะนำอะไรสิ่งไหนก็จะเชื่อไปหมดแต่ตอนนี้ค่อยค่อยที่จะไม่เชื่อเพราะไปฟังคำของครูต้อมมาจนมากกระทั่งครูติ๋วเริ่มสงสัยว่าเกิดอะไรขึ้นจึงนำเรื่องเหล่านี้ไปหารือกับครูต้อม เพราะด้วยว่าเป็นคนที่จิตใจดีและคิด ไม่ถึงว่าต้นเหตุคือครูต้อมนั่นแหละ

สรุปแล้วอย่างว่าผอ. ไม่มีกึ๋น ไม่ทันคนเลยโดนหลอกใช้อยู่อย่างนั้น

คนฉลาดน้อย ย่อมเป็นเหยื่อของคนฉลาดมากโดยแท้….

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *