กลยุทธิ์หักลิ้นช้าง

ทุกวันนี้หากจะตัดสินใจร่วมธุรกิจกับใครสักคนบางครั้งเราอาจจะต้องมีการตรวจสอบบุคคลที่จะมาร่วมธุรกิจกับเราให้ดีๆ โดยเฉพาะบุคคลที่เพิ่งรู้จักกันไม่นาน เพื่อที่จะเป็นเกราะป้องกันตัวเองไม่ให้ต้องโดนฉ้อโกงได้

หลายปีก่อนคุณเพ็ญเคยมาปรึกษาก่อนที่จะไปร่วมธุรกิจบางอย่างกับกลุ่มบุคคลกลุ่มหนึ่งซึ่งเธอเล่าว่ารู้จักเพราะเพื่อนที่เรียนด้วยกันมาตั้งแต่เด็กแนะนำ โดยมีการแนะนำกันว่าธุรกิจที่จะทำนี้ดี มีกำไรวค่อนข้างมากผลิตแล้วมีผู้สนใจสั่งซื้อมากมาย

ได้แนะนำคุณเพ็ญคร่าวๆ ว่า อย่าฟังแต่เรื่องผลประโยชน์ที่จะได้ ควรศึกษาข้อมูลในเชิงลึกให้ดีเสียก่อน เธอก็ยืนยันว่าได้ตรวจสอบหลายด้านแล้ว บริษัทนี้มีตัวตนจริงและเป็นชื่อของเขาเป็นเจ้าของจริงๆ

จึงท้วงติงเธอไปว่า …..  คำว่าธุรกิจนั้นความจริงแล้วก็คือการแสวงหากำไรการทำงานอะไรที่ดีมีกำไรตามหลักแห่งความเป็นจริงของโลก คงไม่มีใครอยากจะแบ่งความรวยอะไรมาให้เราหรอก

คุณเพ็ญบอกว่ามันก็จริงแต่บริษัทนี้ขาดสภาพคล่องไม่มีเม็ดเงินที่จะซื้อวัตถุดิบมาผลิตจึงถามเธอไปว่า เขาเปิดบริษัทมากี่ปีแล้ว คุณเพ็ญเธอบอกว่า 10 ปี ผมจึงแย้งลึกลงไปอีกว่ายิ่งนานขนาดนี้ยิ่งฟังดูแปลกๆ

สุดท้ายเธอไม่ได้ร่วมลงทุนด้วยแม้บแต่บาทเดียว เมื่อได้ฟังข้อคิดเห็นจากผมไป แต่เพื่อนของคุณเพ็ญคนหนึ่งได้ร่วมลงทุนไปโดยใช้เงินสดกว่า 5 ล้านบาท จนถึงวันนี้ผ่านไป 2 ปียังไม่เคยได้เงินปันผลตามที่เคยตกลง ได้แต่คำตอบที่บอกว่า

ขาดทุน ไม่มีใครสั่งงานเข้ามาเลย

ท้ายสุดก็นิ่ง…และเปลี่ยนเบอร์โทรศัพท์ไปในที่สุด ไม่ได้มีการเคลียร์ อย่างใดจนกระทั่งทุกวันนี้ บริษัทก็ปิดเงียบหายไปแล้วอย่างเข้ากลีบเมฆ

สิ่งที่บ่งบอกว่าคนๆ นั้นรวยหรือไม่รวยดูง่ายนิดเดียว ดูที่แววตาดูที่ลักษณะที่ผิวหน้า มันจะมีราศีอะไรบางอย่างบ่งบอกได้เลยว่าเป็นคนรวย ต่อให้เป็นคนที่ผิวดำด้วยก็ตามใบหน้าใบตาดูอย่างไร ก็ต้องมีราศี อธิบายว่าดูอย่างไรแต่ผมว่าก็ดูรู้อยู่ดีแหละ

“คนรวย แกล้งจนอย่างไรก็ยังรวย แต่คนจนแกล้งทำรวยอย่างไร มันก็ไม่รวย”

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *