หันมาคิดถึงทางออกของเงินแทนทางเข้าของเงิน

ผมขอนำเสนอข้อมูลเกี่ยวกับมุมมองที่คนญี่ปุ่นมีต่อเงินซึ่งหยิบยกมาจากหนังสือ โทรชิกะ งะ โอะคะเนะ โยะริโมะ ไทเซ็ทสึ นิ ชิเตะอิรุ โคะโตะ (เรื่องที่นักลงทุนให้ความสำคัญยิ่งกว่าเงิน) ที่เขียนโดยฟุจิโนะ ฮิเดะโตะ สักเล็กน้อยนะครับ

คุณรู้มั้ยครับว่าโดยเฉลี่ยแล้วคนญี่ปุ่นบริจาคเงินกันปีละประมาณเท่าไหร่ ผู้ชายญี่ปุ่นที่บรรลุนิติภาวะแล้วบริจาคเงินโดยเฉลี่ยปีละ 2,500 เยน ในขณะที่คนอเมริกันบริจาคเงินโดยเฉลี่ยถึงปีละ 130,000 เยน
ตัวเลขนี้ไม่ได้เอายอดเงินบริจาคจำนวนมหาศาลของเรามหาเศรษฐีอเมริกันมาร่วมด้วยกันนะครับเป็นเพียงค่าเฉลี่ยเงินบริจาคของคนอเมริกันทั่วไปเท่านั้น

โดยทั่วไปแล้วคนอเมริกานิยมบริจาคเงินคนละประมาณ 3% ของรายได้ส่วนคนญี่ปุ่นบริจาคเงินแค่ประมาณ 0.08% ของรายได้เท่านั้น

นอกจากนี้ยอดเงินบริษัทของศิษย์เก่าที่มอบให้กับสถาบันการศึกษาที่ตัวเองจบมาของทั้งสองประเทศก็แตกต่างกันมาก เห็นได้จากศิษย์เก่าของมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด บริษัทโดยเฉลี่ยแปดหมื่นล้านเยนต่อปี ในขณะที่ศิษย์เก่าของมหาวิทยาลัยโตเกียวบริจาคโดยเฉลี่ย2-3 พันล้านเยนต่อปี ซึ่งคิดเป็น 2.5% ของยอดบริจาคที่มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดได้รับบริจาคศิษย์เก่าเท่านั้น ข้อมูลนี้แสดงให้เห็นว่าคนญี่ปุ่นส่วนใหญ่ไม่อยากใช้จ่ายเงินและมีมุมมองเกี่ยวกับเงินในทำนองว่า

ไม่อยากขาดทุน
ไม่อยากเสียเงิน
ไม่อยากใช้เงินเพื่อคนอื่น

เที่ยมนาฬิกาคนที่ประสบความสำเร็จจนมีฐานะร่ำรวยมากทำกิจกรรมการกุศลหรือบริจาคเงินก้อนโต ทำให้เศรษฐีมีภาพรักของคนที่อุทิศตนเพื่อสังคม คนอเมริกันจึงค่อนข้างมองเงินและเศรษฐีในแง่บวก
เมื่อเทียบกันแล้วเศรษฐีญี่ปุ่นไม่นิยมบริจาคเงินคนญี่ปุ่นจึงมีทัศนคติที่ไม่ค่อยดีกับเศรษฐีเช่น คิดว่าเศรษฐีเป็นคนตระหนี่ถี่เหนียว เอาแต่กอบโกยเงินหรือแอบทำเรื่องที่ไม่ดีมาอยู่เบื้องหลัง ดังนั้นต่อให้เศรษฐีญี่ปุ่นบริจาคเงินก้อนโตพวกเขาก็จะถูกสังคมกล่าวหาอยู่ดีว่าทำเพราะอยากได้หน้า

เรื่องนี้ทำให้เรารู้ว่าคนญี่ปุ่นกับคนอเมริกันมีมุมมองเรื่องการใช้เงินที่แตกต่างกันนั่นคือ คนญี่ปุ่นส่วนใหญ่คิดว่าควรทำอย่างไรถึงจะไม่ขาดทุนหรือไม่ต้องใช้เงินในขณะที่คนอเมริกันจะคิดว่าควรใช้เงินอย่างไรให้เกิดประโยชน์สูงสุด
เราควรหันมาคิดถึงทางออกของเงินแทนทางเข้าของเงินครับ นี่เป็นสิ่งแรกที่ควรทำในการปรับมุมมองหรืออคติที่มีต่อเงินเสียใหม่ เราควรใช้เงินไปในทางที่ดีและควรทำประโยชน์ต่อตัวเองและสังคมไม่ใช่เอาแต่เก็บสะสมเอาไว้เพราะกลัวเงินจะร่อยหรอแต่คนญี่ปุ่นส่วนใหญ่กลับไม่ยอมใช้เงินเพราะคิดว่าเงินเป็นของหายาก

แค่เปลี่ยนมาให้ความสำคัญกับทางออกของเงินกระแสการไหลของเงินก็จะเปลี่ยนไปนี่เป็นการเปลี่ยนวิธีเป็นอยู่ซึ่งจะทำให้วิธีทำของคุณเปลี่ยนแปลงตามไปด้วยครับ

ผมจะอธิบายเรื่องทางออกของเงินหรือวิธีใช้เงินอย่างละเอียดในบทต่อๆไปแต่ในบทนี้ผมอยากให้คุณประหนักก่อนว่าคนญี่ปุ่นมักมีมุมมองเรื่องเงินในแง่ลบและตัวคุณอาจจะมีอคติกับเงินอยู่ก็ได้

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *