ความเชื่อเกิดขึ้นได้อย่างไร

โดยทั่วไปแล้วความเชื่อที่ทำให้เงินไม่เข้ามาหาคุณเกิดจากวิธีที่คุณถูกเลี้ยงดูมาครับ

คนเราทุกคนล้วนมีความเชื่อหรือวิธีคิดที่เป็นลักษณะเฉพาะของตัวเองจึงไม่แปลกที่คน 100 คนจะคิดต่างกัน ไป 100 แบบ

แต่โดยทั่วไปเด็กทารกจะยังไม่มีความเชื่อใดๆ ตอนที่คุณยังเป็นเด็กทารกคุณประเมินคุณค่าของตัวเองไว้ต่ำหรือเปล่าครับ

ผมยังไม่เคยเห็นเด็กทารกที่มองโลกในแง่ร้ายน้อยใจง่ายขาดความมั่นใจในตัวเองหรือพยายามทุ่มเทเพื่อคนอื่นเลย ตอนแรกเกิดทุกคนเป็นเหมือนผ้าขาวยังไม่มีความเชื่อหรือความคิดไม่ว่าจะในแง่ดีหรือแง่ร้าย ทัศนคติที่มีต่อเรื่องเงินก็เหมือนกันไม่มีเด็กทารกคนไหนที่เกิดมาแล้วตระหนี่ถี่เหนียวใช้จ่ายฟุ่มเฟือยมีความคิดในแง่ลบหรือแง่บวกต่อเงินในทันที

หากตอนนี้คุณกำลังกังวลเรื่องเงินตระหนี่ถี่เหนียวหรือมีความคิดในแง่ลบต่อเรื่องเงินแล้วก็นั่นเป็นสิ่งที่คุณได้เรียนรู้ในภายหลังไม่ใช่ความคิดที่ติดตัวมาตั้งแต่เกิด พูดยังไงว่าในระหว่างที่คุณเติบโตคุณได้เรียนรู้คุณค่าของเงินรวมถึงวิธีการใช้และวิธีการหาเงินจากคำสอนสิ่งที่ได้เห็นและได้ฟังมารวมถึงสิ่งที่ได้สัมผัสมาของใครสักคน

เศรษฐีจะมีโอกาสเรียนรู้ ”วิธีคิดของเศรษฐี” ส่วนคนที่ไม่มีเงินส์เรียนรู้”วิธีคิดที่ทำให้เงินหมดไป”

ความเชื่อหรือวิธีคิดที่เกิดจากสภาพแวดล้อมสามารถเรียกได้ว่า”ความเชื่อฝังราก”

ปกติแล้วคนเราจะปฏิบัติกับเงินตามความเชื่อฝังรากที่มีอยู่เช่น

  • ไม่หาเงินด้วยวิธีสกปรก
  • ต้องใช้ความพยายามถึงจะมีเงินเข้ามา
  • ต้องออมเงินไม่เช่นนั้นจะลำบากเวลาที่จำเป็นต้องใช้เงิน

กระแสเงินเป็นสิ่งที่หมุนเวียนไปตามมุมมองหรือทัศนคติกล่าวคือ ถ้าคุณเชื่อว่าเงินเป็นสิ่งที่ต้องเหนื่อยยากถึงจะได้มาคุณก็ต้องหักโหมทำงานอย่างหนักเพื่อให้มีเงินแล้วถึงจะเก็บเงินไว้ได้มากแค่ไหนลึกลึกคุณก็ยังอดกังวลไม่ได้ว่า”เงินอาจจะหมดไป”

ถ้าคุณยังมีทัศนคติต่อเงินในแง่ลบและยึดติดอยู่กับ”ความเชื่อฝังราก”แบบนี้เงินก็จะไม่เข้ามาหาคุณแน่นอน

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *