อคติกับเงินเริ่มต้นที่ครอบครัว

คนเราเติบโตมากับความเชื่อฝังรากของตัวเองแม้จะโตเป็นผู้ใหญ่แต่ถ้าถูกเลี้ยงดูมาให้มีทัศนคติในแง่ลบหรือมีอคติกับเงินคุณก็จะยังคิดแบบนั้นไม่ต่างจากตอนที่เป็นเด็ก

คุณรู้จักไลนัส เด็กชายในการ์ตูนเรื่อง “Peanuts” ที่หอพักผมที่ใช้มาตั้งแต่เป็นทารกติดตัวอยู่ตลอดเวลาไหมครับ ไลนัสใช้ผ้าห่มเป็นเครื่องยึดเหนี่ยวจิตใจให้รู้สึกมั่นคงและปลอดภัย ความเชื่อฝังรากเองก็ทำหน้าที่เดียวกันนี้สำหรับเราทุกคนเราจะรู้สึกว่าตัวเองปลอดภัยเมื่อปฏิบัติตามความเชื่อฝังรากเช่นการอบออมเงินเป็นเรื่องที่ดี เงินเป็นสิ่งที่ต้องใช้อย่างระมัดระวังจึงไม่แปลกอะไรที่คนส่วนใหญ่จะรู้สึกต่อต้านหรือรับไม่ได้อย่างมากเวลามีใครหรือสิ่งใดมาสั่นคลอนความเชื่อนี้

ถ้าคุณรู้สึกว่ากว่าจะได้เงินมาแต่ละเยนนั้นช่างยากลำบากเบสรู้สึกขัดสนมีเงินไม่พอใช้ตลอดเวลา ให้คุณลองนึกสงสัยความเชื่อฝังราก ของตัวคุณเองเพราะการที่คุณมีปัญหาเรื่องเงินเป็นข้อบ่งชี้ว่าคุณมีความเชื่อฝังรากที่ไม่ถูกต้อง

ถ้าคุณอยากเปลี่ยนแปลงตัวเองอยากบอกลาความเป็นอยู่ที่ยากลำบากและความกังวลที่มีสาเหตุจากเรื่องเงินรวมถึงอยากมีชีวิตที่มันข้างและมีเงินใช้ไม่ขัดสนแล้วก็คุณต้องทำลายความเชื่อฝังรากที่เปรียบเสมือนผ้าห่มของไลนัสเสียก่อน

คุณต้องปล่อยมือจากผ้าห่มที่คุณกอดไว้ตลอดเวลาจนเชื่อว่ามันเป็นส่วนหนึ่งของตัวเองหากไม่ทำลายความเชื่อนี้ที่กรอกร่างสร้างชีวิตในปัจจุบันของคุณทิ้งชีวิตของคุณในอนาคตก็จะไม่มีทางเปลี่ยนแปลง

แล้วเราจะทำลายความเชื่อฝั่งรากได้อย่างไรอันดับแรกคุณต้องขนหาต้นตอของอคติที่มีกับเงินด้วยการลองทบทวนดูว่าอคติที่คิดว่าการหาเงินเป็นเรื่องที่ต้องเหนื่อยนายสายตัวแทบขาดการใช้เงินเป็นเรื่องที่ไม่ดีและเงินเป็นต้นเหตุของความเลวร้ายนั้นมีต้นกำเนิดมาจากอะไร

โดยทั่วไปแล้วอคติกับเงินมักเกิดจากประสบการณ์ไม่ดีภายในครอบครัวเช่น บางคนเติบโตมาโดยได้ยินพ่อแม่พูดว่าไม่มีเงินเคยเห็นพ่อแม่ทะเลาะกันเรื่องเงินหรือไม่ก็จำภาพที่พ่อแม่ต้องไปกู้หนี้ยืมสินได้

บางคนฝังใจเรื่องที่พ่อแม่ไม่ยอมซื้อของเล่นให้เพราะให้เหตุผลว่าเปลืองเงินหรือตอนที่ครอบครัวพยายามเลือกซื้อของราคาถูกในซุปเปอร์มาร์เก็ต

พูดยังไงว่าเราทุกคนต่างก็มีความทรงจำที่ไม่ดีหรือประสบการณ์ที่ขมขื่นเกี่ยวกับเงินกันทั้งนั้น

ทำลายความเชื่อฝังรากเรื่องเงินด้วยการยกโทษให้กับตัวเองในอดีต
เมื่อทำลายได้แล้วคุณต้องเลิกยึดติดกับเรื่องราวในอดีตหรือก็คือคุณต้องเรียนรู้ที่จะยกโทษให้ความทรงจำที่เจ็บปวดและความผิดพลาดในอดีตแล้วบอกกับตัวเองว่าไม่ว่าจะอดีต ปัจจุบัน หรืออนาคตเธอเป็นที่รักของทุกคน

การยกโทษให้ตัวเองแบบนี้จะช่วยแก้ไขความรู้สึกด้านลบที่ยังค้างอยู่ในใจ และทำให้ความเชื่อฝังรากที่คุณยึดติดมาตลอดสูญสลายไปด้วย

หากคุณคิดถึงเรื่องเงินแล้วเกิดความรู้สึกในแง่ลบขึ้นมาแสดงว่าคุณต้องเคยมีความทรงจำที่ขมขื่นเรื่องเงินมาก่อนเพราะฉะนั้นลองค้นหาต้นเหตุของความรู้สึกนั้นดูครับ

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *