ล้น แฟชั่นกันแดด

ล้น แฟชั่นกันแดด

ล้น แฟชั่นกันแดด

       ล้น ความลับประทับใจผสมกับความน่าทึ่งของการใช้ทุกอย่างได้คุ้มค่าคงหนีไม่พ้นอาการแดกใครที่ไม่เคยรู้ว่าจักรยานคันหนึ่งสามารถบรรทุกอะไรได้บ้างและมากมายขนาดไหนจะถึงในความพยายามและสร้างสรรค์ของคนไซง่อนอย่างมากเช่นเอากระเป๋าวางลงที่ช่องระหว่างขาของคนขับบนที่ขับหรือผูกนี่พูดนั่นทำได้ทุกอย่างล้นและน่าลุ้น

         แฟชั่นกันแดดสาวสาวเวียดนามอย่างนี้ไม่ได้ใส่ชุดอ๊าวหญ่ายเพราะสมัยก่อนแต่ยังใช้ชีวิตหลายอย่างแบบเดิมกับการขี่จักรยานหรือมอเตอร์ไซค์เป็นพาหนะและต้องฉี่ต้องขับเป็นอาชีพหลักกันแบบนี้แล้วสาวสาวจะมีแต่ชั่นเข้ากับชีวิตประจำวันคือต้องมีหน้ากากปิดควันรถและกล่องอากาศมีถุงแขนสำหรับการแข่งที่อยู่นอกร่มผ้าฉะนั้นไม่ต้องตกใจว่าเค้าจะเป็นโรคผิวหนังอะไรถึงปิดหมดทุกอย่างเพียงแค่อยากป้องกันผิวจากแดดเท่านั้นเอง

Coffee point rain

Coffee point rain

Coffee point rain

              ตามข้างทางของไซง่อนอย่างนี้จะมีความสนใจตรงที่มีร้านกาแฟร้านขนมหวานเย็นใส่น้ำแข็งช่วยลดร้อนของอุณหภูมิอากาศขายอยู่ริมทางเหมือนคนนั่งเล่นขายของเพราะเก้าอี้และโต๊ะของนี้จะอยู่ใกล้ดินมากเป็นเก้าอี้แบบนั่งซักผ้าไม่ง่ายตู้กระจกหรืออุปกรณ์ในการขายของจัดเลี้ยงกันง่ายง่ายใช้พื้นที่กระทัดรัดเหมาะกับการขายของของคนเมืองเหลือเกินน้ำแข็งใสหรือกาแฟเย็นหรือน้ำหวานน้ำบ๊วยจะหาดื่มหากินได้ทั่วไปเราลองแล้วไม่เคยได้ป่วยหรือท้องเสียอะไรทานอย่างเป็นธรรมชาติด้วยอากาศจากริมถนนสดๆ

             ยังอยู่ใกล้กับสามเหลี่ยมแม่น้ำและทะเลแบบนี้อากาศของทางด้านใต้ประกูลเอามากๆเรื่องฝนคือเรื่องธรรมดาของคนที่นี่ที่จะต้องอยู่ด้วยกันอย่างไม่รบกวนการใช้ชีวิตเพราะฝนตกยามหน้าฝนตกทั้งวันตกมากกว่าวันละหนึ่งครั้งและตกนอกฤดูไม่เป็นเวลาแนะนำให้พกเสื้อกันฝนเหมือนคนที่นี่ยามที่ฝนปล่อยก็เคลีเสื้อกันฝนออกมาใส่ได้ทันทีคนไซง่อนนั้นมีเสื้อกันฝนที่คุมจักรยานและเค้าขอไม่ให้เปียกเสียหาย

จักรยานถีบร้านเคลื่อนที่ขายของ

จักรยานถีบร้านเคลื่อนที่ขายของ

จักรยานถีบร้านเคลื่อนที่ขายของ

         รถขายของเคลื่อนที่มหัศจรรย์มากคือรถจักรยานถีบที่สามารถแบกตั้งแต่ตระกร้าดอกบัวสับปะรดไปจนถึงบ้านประตูและหน้าต่างแล้วก็ทางต้นดอกไม้คราวละ 20 กระถางอาชีพแม่ค้าพ่อค้าบนสองล้อถีบนี้ อยากเป็นอาชีพที่แพร่หลายในไซ่ง่อนไม่ผิดที่จะบอกว่าทำให้ใส่งอนยังมีความคาสิของการใช้ชีวิตอยู่บ้างที่เห็นส่วนใหญ่ขายผลไม้อย่างส้มโอ เงาะ  มะเขือเทศพุทรา ทุเรียน และกล้วย จะซื้อขายกันก็ต้องใช้วิทยายุทธ์ในการถามราคาเพราะมักจะพูดภาษาอังกฤษกันไม่ได้

         นอกจากนี้ยังมี Coffee toilet กาแฟส้วมพูดคำนี้ไม่ผิดแน่เพราะเป็นร้านกาแฟที่อยู่หน้าร้านสวนสาธารณะดีดีนี่เองตามหัวมุมถนนจะมีห้องน้ำสร้างเป็นกล่องไม้สี่เหลี่ยมเล็กๆให้บริการทั้งชายและหญิงก่อนเข้าประตูห้องน้ำจะมีแผงร้านกาแฟ ลูกอมและกระดาษเช็ดปาก

Fine Arts Museum

Fine Arts Museum

Fine Arts Museum

อาคารพิพิธภัณฑ์ศิลปะสร้างมาตั้งแต่ในช่วงปี 1925 เป็นอาคารที่สวยสง่าสถาปัตยกรรมลูกผสมบักฝรั่งบาโรกและจีนภายในยังมีรายละเอียดจำพวกปูนปั้นลวดลายขอบหน้าต่างและหรือโปลันหลังตึกที่ได้ความเป็นอาร์ตเด็กโค่และอาร์ตนูโวแบบฝรั่งเศสมาอย่างเต็มเต็มอีกทั้งพื้นกระเบื้องลายโคโลเนียที่สวยไม่ซ้ำกันซักห้อง อาคารสามชั้นนี้จะแบ่งออกเป็นส่วนที่แสดงในพื้นที่แตกต่างกันเช่น

ชั้นที่หนึ่งเป็นที่แสดงนิทรรศการ ชั่วคราวโดยศิลปินเวียดนามและศิลปินต่างชาติ

ชั้นที่สองเป็นพื้นที่แสดงงานจิตรกรรมและงานปั้นจากศิลปินไม่สังกัดสัญชาติเช่นกัน

ชั้นที่สามจะเป็นงามแท้จากช่วงศตวรรษที่เจ็ดไปถึง 20 เป็นศิลปะแบบตามศิลปะและวัฒนถูกเวียดนามโบราณเช่นเครื่องปั้นดินเผางานเคลือบและงานแกะสลักไม้

Water Puppets

Water Puppets

Water Puppets

การแสดงหุ่นกระบอกน้ำของเวียดนามเริ่มมีมาตั้งแต่ศตวรรษที่ 11 จากหมู่บ้านทางสามเหลี่ยมลุ่มแม่น้ำแดงทางตอนเหนือของเวียดนาม

ลักษณะเด่นที่ทำให้หุ่นกระบอกน้ำของเวียดนามโดดเด่นคือลักษณะการเล่นที่ไม่ได้เชิญกันบนบกอย่างหุ่นกระบอกไม้ที่ทาสีเคลือบจะถูกชักโดยคนที่ต้องยืนอยู่ในบ่อน้ำลึกเท่าเอวคนชักหุ้นจะต้องมีอุปกรณ์หรือเทคนิคในการชักอยากให้หุ่นเคลื่อนไหวจากใต้น้ำและคุณอยากจะยืนอยู่ข้างหลังฉาก ฉะนั้นเวลาที่เราดูการแสดงหุ่นจะเห็นแค่หุ่นเคลื่อนไหวอยู่บนน้ำและเล่นกับน้ำราวกับมีชีวิต

การเล่นหุ่นกระบอกน้ำของเวียดนามมาจากการปรับตัวให้เข้ากับชีวิตจริงของชาวนาในยามน้ำท่วมทุ่งนาจากนั้นจึงเกิดการสืบต่อเป็นวัฒนธรรมต่อมา

บนเวทีการแสดงจะมีฉากเปลี่ยนไปบ้าง และที่สำคัญคือดนตรีออเคสต้าเวียดนามที่เล่นดนตรีพื้นเมืองมีเสียงร้องของหญิงสาวและชายหนุ่มคลอเคลียตามเนื้อเพลงนะสถานการณ์แสงสีเสียงตระการตาน่าตื่นเต้นถึงแม้ว่าจะเป็นโรงละครหรือการแสดงหุ่นกระบอกที่ใช้เนื้อที่นิดน้อยก็ตามจึงเป็นที่นิยมในหมู่ท่องเที่ยวและชาวเวียดนามเองอย่างมากแนะนำให้เลือกที่นั่งดันหน้าจะได้เห็นความเคลื่อนไหวชัดและที่สำคัญจะได้รับน้ำกระเซ็นในฉากปาฏิหาริย์ด้วย

Ong Bon Pagoda and Ha Chuong Hoi Quan

Ong Bon Pagoda and Ha Chuong Hoi Quan

Ong Bon Pagoda and Ha Chuong Hoi Quan

พาโกด้านี้สร้างโดยสมาคมฟูเจี้ยน ความเด่นก็คือบรรยากาศที่อบอวลหอมไปด้วยกลิ่นธูปและแวดล้อมไปด้วยงานแกะสลักเคลือบด้วยแผ่นทองเป็นที่เคารพให้กลับอ็อมโบ๋ง เทพผู้พิทักษ์ความสุขและความมั่งคั่งและเพื่อให้คำอธิษฐานเป็นจริงจะต้องเผากระดาษเงินกระดาษทองตามไปด้วย

Ong Bon Pagoda and Ha Chuong Hoi Quan

และจุดเด่นของพรรคก็ได้แห่งนี้อยู่ที่เสาหินแกะสลักเป็นมังกรพันรอบเสาที่ทำมาจากเมืองจีนโดยขนมาทางเวียดนามทางเรือนอกจากนี้มีภาพวาดฝาผนังและงานเซรามิคที่เป็นทัศนียภาพอยู่บนหลังคาถ้ากูได้อย่างนี้จะมีคนกันคับคั่งและคึกคักในช่วงตรุษจีน

Thien Hau Pagoda and Nghia Aa Hoi Quan

Thien Hau Pagoda and Nghia Aa Hoi QuanThien Hau Pagoda and Nghia Aa Hoi Quan

สร้างโดยกลุ่มชุมชนคนจีนกวางตุ้งในช่วงศตวรรษที่ 19 พาโกด้านี้มีทั้งผู้ที่เข้ามาบูชาและกลุ่มนักท่องเที่ยวจากไต้หวันที่เคารพเจ้าแม่ Thien Hau ผู้พิทักษ์รักษาดูแลคนเดินทางทางทะเลให้ปลอดภัยเมื่อเข้าไปในผับกูด้าแห่งนี้อย่าลืมเงยหน้ามองงานเซรามิคที่อยู่บนขอบหลังคาด้วย

 

อีกที่หนึ่งตั้งอยู่ที่ถนนเหวียนจร๊าย โดดเด่นที่งานไม้แกะสลักลงทองแผ่นแล้วเรือไม้ใหญ่แขวนอยู่เหนือประตูออกด้านหน้าพัดโกด้านี้เป็นสถานที่ที่มีคนเคารพนายพลใหญ่กวางออมที่อยู่ข้างหลังแท่นตู้กระจก

Quan Am and Phuoc An Hoi Quan

Quan Am and Phuoc An Hoi Quan

Quan Am and Phuoc An Hoi Quan

วัดกวางอำ หรือกวนอิม เป็นวัดที่มีคนมานมัสการทำความเคารพขอพรกันมากที่สุดเพราะชื่อเสียงของเจ้าแม่กวนอิมนั่นเองสร้างมาตั้งแต่ช่วงต้นต้นศตวรรษที่ 19 โดดเด่นด้วยความสวยงามของเซรามิกชิ้นเล็กชิ้นน้อยตรงขอบหลังคาที่สร้างเป็นฉากเป็นเรื่องของนิทานโบราณของจีน

นอกจากนี้ยังมีบานประตูลงทองภาพวาดจิตรกรรมฝาผนังภาพนูนต่ำและรายละเอียดในงานไม้แกะสลักเหนือบ้านประตูด้านหลังเป็นร้านโล่งไม่กว้างมากนักเป็นที่ควันรูปลอยคละคลุ้ง เพราะมีคนมาจุดธูปบูชาขอพรจากองค์เจ้าแม่กวนอิมที่ประดิษฐานอยู่ในบริเวณนี้

Quan Am and Phuoc An Hoi Quan

นอกจากนี้บนถนนเล่าตื๋อ สร้างโดยกลุ่มฟูเจี้ยนช่วงปี 1902 ได้รับการกล่าวขวัญว่าเป็นวัดที่มีการประดับตกแต่งได้สวยแปลกตาที่สุดไม่ว่าจะเป็นงานเซรามิกที่ทราบกันเรื่องหรืองานไม้แกะสลักประดับกลุ่มเครื่องหมู่บูชาทั้งบนหิ้งบนผนังตามเสาและขอบตะเกียงโคมที่แขวนอยู่

และสิ่งที่มองผ่านไม่ได้ก็คือหมาตัวใหญ่เท่าของจริงพาหนะของกวางออมแค่แผงวัดนี้ผู้คนจึงนิยมถวายของให้ม้าแล้วลูบห่างเขย่ากระดิ่ง เป็นการส่งสัญญาณว่าได้มาทำความเคารพแล้ว

Reunification Palace

Reunification Palace

Reunification Palace

ตั้งอยู่บริเวณใจกลางเมืองโฮจิมินห์เป็นอาคารทันสมัยหลังใหญ่มีสวนสวยต้นหมายโตล้อมรอบตั้งอยู่ในบริเวณที่เคยเป็นทำเนียบของผู้ว่าการชาวฝรั่งเศสที่เรียกว่าทำเนียบบนโรดม

หลังจากที่มีข้อตกลงเจนีวาการสิ้นสุดการยึดครองของฝรั่งเศสก็เริ่มต้นและโงห์ดินเดียมประธานาธิบดีคนแรกของเวียดนามใต้ได้พักนำอยู่ในทำเนียบแห่งนี้ในปีค.. 1963 ทำเนียบมีถูกทิ้งระเบิดโดยทหารอากาศเวียดนามได้และมีการสร้างทำเนียบอิสรภาพขึ้นแทนที่โครงสร้างเก่าที่ถูกทำลายโดยโงเวียดทูสถาปนิกชาวเวียดนามผู้สำเร็จการศึกษาจากฝรั่งเศสและสร้างเสร็จสมบูรณ์ในปีค.. 1966 ต่อมาเวลา 10:45 . วันที่ 30 เมษายนค.. 1975 กองกำลังคอมมิวนิสต์ได้เคลื่อนขบวนรถทางเข้าชนประตูเหล็กด้านหน้าของทำเนียบและคนรัฐบาลเวียดนามใต้ลงทุกวันนี้ทำเนียบเดิมก็ถูกเปิดเป็นเวชภัณฑ์ให้เข้าชมได้โดยทุกสิ่งทุกอย่างถูกทิ้งไว้ให้เหมือนสภาพ เดิมเหมือนในวันที่ 30 เมษายนค.. 1975 โดยชั้นล่างจะเป็นห้องจัดเลี้ยงห้องถุงใหญ่ซึ่งรัฐบาลเวียดนามใต้ประกาศยอมแพ้ล่ะห้องเล็กก็ถูกใช้สำหรับการบรรยายสรุปประจำวันทางทหารในระหว่างช่วงก่อนที่รัฐบาลเวียดนามใต้จะถูกโค่น

ส่วนชั้นสองเป็นห้องรองรับของประธานาธิบดีตรันวันเฮือง ซึ่งเพียบพร้อมด้วยห้องนอนห้องรับประทานอาหารและห้องสวดมนต์แบบคาทอลิกส่วนชั้นสามจะเป็นห้องรับรองของภรรยาประธานาธิบดีและชั้นสี่เป็นห้องฉายภาพยนตร์ส่วนตัวและร้านจอดเฮลิคอปเตอร์

History museum และ Ho Chi Minh Museum

History museum และ Ho Chi Minh Museum

History museum และ Ho Chi Minh Museum

 

อยู่ใกล้กับสวนสัตว์และส่วนพฤกษศาสตร์สร้างโดยฝรั่งเศสบันทึกส่งยุโรปที่สวยสง่างามอีกแห่งหนึ่งพฤษภานี้มีโบราณวัตถุที่แสดงถึงวิวัฒนาการของวัฒนธรรมต่างๆในเวียดนามตั้งแต่อารยธรรมยุคสำริดดงเซิน ไปจะถึงอารยธรรมฟูนัน จามและเขมรความหลากหลายของโบราณนั้นมีตั้งแต่เค้าขอจากยุคหินกองมโหระทึกเครื่องปั้นดินเผางานศิลปะของชาวจามและเครื่องแต่งกายพื้นเมืองของชนกลุ่มน้อยเผ่าต่างๆ

บนชั้นสามทางด้านหลังของอาคารมีห้องสมุดวิจัยที่เก็บรวบรวมหนังสือจากอยู่ฝรั่งเศสที่น่าสนใจมาเป็นจำนวนมาก

History museum และ Ho Chi Minh Museum

สำหรับโฮจิมินห์พิพิธภัณฑ์นี้ตั้งอยู่ที่ริมฝั่งแม่น้ำไซง่อนและแม่น้ำเบนเหง่ ถึงจะไม่ได้อยู่ใจกลางเมืองอย่างพี่พิทพันธ์อื่นๆแต่ก็ไม่ได้ไกลมากเป็นอีกทริปที่ทำให้ได้เห็นไซง่อนมากกว่าระยะทางกว่า 5 กิโลเมตรสามารถจ้างมอเตอร์ไซค์ไปและกลับได้เลยราคาไม่แพงถือว่าสะดวกมาก

พี่พี่ตภัณฑ์ที่บอกเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับชีวิตของโฮจิมินห์ตั้งแต่วัยหนุ่มทุนไปเรียนต่อที่ฝรั่งเศสและกลับมาอีกครั้งก่อนนำประเทศเข้าสู่การปฏิวัติและการขับไล่ชาวตะวันตกกลุ่มถึงการรวมเวียดนามเหนือและเวียดนามใต้ให้เป็นประเทศเวียดนามที่บ้านมังกรอาคารสองชั้นนั้นเป็นมุมที่สามารถเห็นวิวแม่น้ำไซงอนได้เป็นอย่างดี