Cho Cu

Cho Cu

Cho Cu

บางครั้งก็เรียกว่าตลาดหาอเมริกันบ้าง ก็เรียกว่า  Cho Cu หากใครสนใจต้องฝ่าดงเครื่องใช้ไฟฟ้าและของจิปาถะต่างๆเข้าไปจึงจะพบตลาดซ่อนอยู่ด้านหลังส่วนมากจะเป็นของใช้หลักฐานอเมริกันเช่นไฟแช็ก  ซิปโป้สมัยสงคราม เสื้อยืดทหารมะกัน กางเกง เข็มขัด ชุดเครื่องยา เต็นท์ หน้ากาก ถุงนอน  และอุปกรณ์ออกแคมป์ปิกนิก แต่เป็นสไตล์สีทหารทั้งหมดใครมีความรู้เรื่องสงครามหรือประวัติศาสตร์และชอบของประเภทนี้จะสนุกมากนอกจากอเมริกาก็ยังมีชุดทหารหรืออุปกรณ์ของทหารโซเวียตสมัยปี 1960 ไม่ว่าจะเป็นแจ็คเก็ตหรือ หมวกกันกระสุนเรียกว่าการมาเดินเที่ยวตลาดนี้ต้องอาศัยความเป็นนักโบราณคดีเล็กน้อยเพื่อช่วยในการแกะกล่องหาร่องรอยคราบสงครามและความหลัง

An Dong Market

An Dong

An Dong Market

An Dong Market  ในเขต District 5 เด่นมาแต่ไกลในสายตาคนชอบตึกพร้อมด้วยอาคารสงยุค 1970 ทำให้อารมณ์ของการมาช็อปแถวนี้แปลกแตกต่างไป ชั้นล่างนั้นจะมีกลิ่นเพราะเป็นชั้นวางของกินของแห้งเหมือนตลาดขายส่งและขายปลีกไปในตัวเช่นกุ้งแห้ง ทอฟฟี่  กะปิ กาแฟคั่วเม็ด เม็ดแตงโม

ฉันต่อไปจะเป็นส่วนของคนที่ชอบรองเท้าชอบรองชอบใส่ชอบซื้อก็ดีตลาดนี้เป็นศูนย์รวมของรองเท้ามากมายหลายแบบชนิดเป็น. ขายส่งเช่นกันถ้าอยากขึ้นไปที่ชั้นสามและสี่เป็นที่ขายเสื้อผ้าผ้าปูเตียงผ้าตัดเสื้อผ้าผ้าใหม่กางเกงชุดนอนชุดเที่ยวเดียวกันของสาวเวียดนามหมวกถุงมือและบรรดางานผ้าทั้งหลายที่กองพูนเป็นเตียงเป็นตั่งไม่ใช่ใส่แขวนธรรมดา

ข้อควรระมัดระวังในการเดินขึ้นบันไดจะต้องคอยเบี่ยงตัวหลบคนส่งเฝอและน้ำให้กับแม่ค้าด้วย

Binh Tay

Binh Tay

Binh Tay

       ตลาดนี้อยู่ในตึกโคโลเนียลสวยสะองสะอาด เป็นตลาดใหญ่ขายส่งสองชั้นในย่านเจ๋อเหลินหรือไชน่าทาวน์ว่าจะเป็นตลาดคู่แฝดกับตลาดบั๊นถั่น ก็ได้แล้วด้วยความที่มีทุกอย่างในจักรวาลตั้งแต่เสื้อผ้ากะละมังรองเท้าเสื้อฉันใหม่ผ้าไหมยาสมุนไพรปลาร้าน้ำปลาร้าไหใครชอบของใช้แบบย้อนยุคหรือตกสมัยที่ตลาดนี้ยังมีขายเห็นในแบบแปลกตาด้วยเช่นถาด จาน แจกันลายเก่าที่หายาก

          ซื้อของที่นี่จะได้สนุกตรงที่คนไม่ค่อยพูดภาษาอังกฤษกันแล้วไม่ค่อยมีคนต่างชาติใช้เครื่องคิดเลขบอกราคาที่ไม่ได้เกินความจริงนำซ้ำขออะไรอย่างยังถูกว่าตลาดในเมืองเพราะเป็นตลาดขายส่งเป็นต้นของสินค้าเหล่านี้หากใครไม่คิดอยากจะ Shopping ที่นี่แค่มาเดินดูชีวิตชาวบ้านและอาคารโคโลเนียลที่ยังสวยทั้งสีและทรงด้านใน ของอาคารเป็นส่วนกลางมีรูปบูชาของเจ้าสัวจีนที่ให้เงินสนับสนุนสร้างตลาดก็นับว่าคุ้มแล้ว

Galerie Quynh

Galerie Quynh

Galerie Quynh

                 Quynh Pham กลับมาจะอเมริกาเมื่อปี 1997 หลังเรียนจบด้านศิลปะและศิลปะวิจารณ์รวมทั้งประสบการณ์ทำงานจากแกรี่จากเบอร์ลินนิวยอร์กและอีกหลายที่

               เพราะความผสมผสานทางความคิดที่ควินได้เติบโตในตะวันตกกับตัวตนที่บ้านเกิดเป็นเอเชียทำให้อยากเห็นชัดศิลปะเติบโตในบ้านตัวเองเลยเป็นที่มาของการเริ่มต้นแกลลอรี่นี้ที่มีความเป็น contemporary ที่เปิดกว้างให้ศิลปินและแต่ละสาขาเอเชียได้มีพื้นที่ในการแสดงงานมากขึ้นและฉีกวงการศิลปะของไซง่อนให้มีความเป็นสากลมากขึ้นมากกว่าศิลปะแบบที่เคยชินมา

               แกลเลอรี่ GQ มีศิลปินผ่านมาเปิดการแสดงมากมายและไม่เคยเงียบเหงาอย่างเช่น Tiffany Chang, Do Hoang Tuong and Sandrine Llouquet หัวใจของการเปิดแกลเลอรี่แห่งนี้ไม่ใช่ตัวแสดงงานดีดีจากศิลปินต่างๆเท่านั้นแต่อยากให้ศิลปินรุ่นใหม่หรือคนที่สนใจงานศิลปได้เดินเข้ามาทำความรู้จักกับงานศิลปะอีกแบบให้มากขึ้นด้วยเรียกว่าควินได้เข้ามาบุกเบิกสิ่งที่หายไปของเมืองได้อย่างตั้งใจและจริงจังที่สุดส่วนเวลาการทำการของแกรี่เปิดตอน 10 โมงถึง 6 โมงเย็น เฉพาะวันอังคารถึงเสาร์

Pagoda Alley

Pagoda Alley

Pagoda Alley

ตรอกเจดีย์ของเวียดนามไม่ได้แปลว่าเจดีย์แบบไทยหรือลาวเจดีย์หรือคำว่าพาโกด้าคือสถานที่สำหรับกราบไหว้บูชาของชุมชนเกาะเล็กๆแห่งนี้ที่มีคนสัญจรเข้าออกมากมายเพราะเป็นแหล่งรวมร้านเล็กๆที่เปิดประจำถนนให้คนเดินเข้าเดินออกทั้งวันไม่ว่าจะเป็นการเครื่องดื่มร้านอาหารและร้านหนังสือ

หลายเรื่องหลายชีวิตเกิดขึ้นกันบนถนนเส้นนี้ของถูกของอร่อยรักสมหวังรักผิดหวังความสนุกความเศร้าบอกแก่การนั่งสังเกตการณ์เคล้ากาแฟเวียดนามเจ้าของหรือจะเบียร์สดสักหยดใหญ่ส่วนเรื่องของกินผักกินได้ไม่อยากเลือกดูตามเมนูหน้าร้านว่าพอใจร้านไหนจากเมนูหน้าร้านได้ที่ดื่มยอดนิยมจะเป็นจุดๆ พบได้ที่ปลายตรอก

บางร้านจะมีฝรั่งนั่งรถออกมาบางร้านอาจจะดูหวยเหงาแต่ราคาไม่แพงที่มีเจ้าของร้านขี้ขำหัวเราะเก่งต้อง Suziร้านเธอจะอยู่ไปตายของรอบเจดีย์แห่งนี้บอกก่อนว่าไม่มีบรรยากาศน่านั่งอะไรมาดึงดูดแต่เธอเสือกเองรับออเดอร์ลูกค้าเองและผสมเครื่องดื่มมือหนักไม่หวงเหล้าให้ลูกค้าพอใจ

Gaya Decoration and Furniture

Gaya Decoration and Furniture

Gaya Decoration and Furniture

         ร้านนี้ย้ายมาตั้งอยู่ในตึกที่มีความฟังกี้ย้อนยุคเป็นตึกหัวมุมที่มีบุคลิกของโลกเก่ามีขลิปแบบปลากระเบนเป็นสามเหลี่ยมรอบตึกคงสะดุดตาร้านบูติคดีไซน์ที่มีดีไซน์เนอร์ต่างถนัดมาร่วมมือกันconcept ของร้านก็จะแบ่งออกเป็นฉันฉันจัดให้เป็นห้องต่างๆแบบบ้านเช่นห้องleaving room ที่จะมีเฟอร์นิเจอร์ชิ้นเล็กชิ้นใหญ่ส่วนห้องนอนก็จะมีครบทุกอย่างตั้งแต่เตียงผ้าปูเตียงและเครื่องของทุกชิ้นนอกจากนี้ยังจะมีแฟชั่นเสื้อผ้าของผู้หญิงที่ออกแบบตัดเย็บด้วยฝีมือของ Ramyda Keth ชาวต่างชาติที่อยู่ในไซ่ง่อนโอฟู่และฉูดฉาดน่าสนใจซื้อหาหรือแค่ใช้แรงบันดาลใจก็พอเพราะราคามันเรียกว่าเป็นระดับเวิลด์คลาส

Red Hot Dog Saigon and Kim Cafe

Red Hot Dog Saigon and Kim Cafe

Red Hot Dog Saigon

                  Charlie Wong เป็นKing of Hot dog เค้าเรียกกันอย่างนั้นถึงแม้จะเห็นร้านรถเข็นเล็กๆข้างทางของลงปีนังเรียนจบจะอังกฤษด้วยวิชาทำอาหารจากสถาบันดีแถมพ่อก็เป็นเชฟอยู่ที่โรงแรมชื่อดังคลาสสิกของปีนังเมื่อไหร่ปีก่อนเริ่มทำอาหารจึงไม่ใช่เรื่องใหม่ชาลีบุกเบิกฮอทดอกด้วยการสั่งผู้ผลิตชาวยุโรปผสมไส้กรอกในสุของเขาโดยใช้เนื้อหมูเนื้อวัวคุณภาพดีผสมกันแล้วใส่เกลือคุณภาพไม่ผสมแป้งไม่มีเปลือกสแตนขายฮอทดอกของชาร์ลีอยู่หน้าร้านขายของชำบนถนนเดยถันยามที่พักนักท่องเที่ยวเข้าชอบพื้นที่ของหน้าร้านขายของอื่นอยู่เพื่อตั้งรถเข็นของตัวเองและใช้ตู้แช่เย็นในร้านนั้นเป็นการเก็บรักสาอุณหภูมิไส้กรอกให้สดใหม่และมั่นใจได้ว่าไส้กรอกที่จะกินสดและสะอาดแน่แต่ถ้าขายได้ไปดูหนังโรงที่ไซงอนก็จะได้เจอกับred hot dog ของเขาด้วยเอาเป็นว่าหนังเรื่องไหนใช้ดีฮอทดอกของเค้าก็จะขายดีไปด้วย

               อีกร้านเป็นร้านอาหารสักปากสักทองของคนในย่านข้าวสารของไซง่อนมานานแล้วร้านนี้เปิดมาตั้งแต่ปี1991 โดยประมาณและย้ายมาจากร้านที่หัวมุมแต่ไม่ได้เปลี่ยนถนนไปไหนตอนแรกเริ่มด้วยการเป็นร้านขายผลไม้น้ำผลไม้และเป็นที่รวมของคนหลากหลายจากอดีตอย่างไรก็ดีร้านนี้เป็นวันนี้ได้เป็นร้านที่รวมของอร่อยราคาดีและเป็นที่นักเดินทางได้มาพบปะแลกเปลี่ยนข้อมูลกันและยังเป็นที่สังสรรค์ของครอบครัวเวียดนามเองด้วยเพราะมีดีอร่อยเมนูของที่นี่หนาวเป็นแม็กกาซีนเลยทีเดียวจะเช้าจะดึกจนเกือบเช้าก็ไม่เคยเห็นว่าร้านปิดสักทีนอกจากจะมีรูปประกอบชื่ออาหารแล้วยังหลับไปด้วยอาหารครัวเวียดนามอาหารแบบเอเชียอาหารฝรั่งและเครื่องดื่มน้ำปั่นผลไม้เมนูเด็ดของร้านก็คือการเปรี้ยวหวานปลาหรือเรียกกันว่ากันจั่วก้าแกรถเปรี้ยวหวานใส่ผักสมุนไพรหอมและเนื้อปลานุ่มสดที่ศัพท์น้ำแกงแล้วปล่อยธรรมชาติพร้อมพร้อมกันยามเขียวในปากผัดผักบุ้งที่สี่ผักบุ้งเป็นเส้นฝอยเหมือนลวกน้ำร้อนเร็วเร็วให้นิ่มแล้วคุกกับน้ำมันกระเทียมเจียวอร่อยยังไม่น่าเชื่อ

Pho Lady

ไม่ตกคำไม่ใช้แสงนีออนก็จะไม่ได้เจอร้านเฟอร์นี้เราเรียกปลาว่าเฟิสเลดี้มุมเฟอร์ของป๊าคือรถเข็นที่มีโครงไม้เล็กๆเป็นตู้ใส่เครื่องก๋วยเตี๋ยวที่ตั้งอยู่หัวมุมก่อนเข้าในซอยโรงแรมเล็กๆมีผนังด้านหนึ่งของตึกเป็นแบ็กกราวนด์ที่ 100,000 สดใสสำหรับเป็นมุมกลางก็อีตั้งโต๊ะให้คนมานั่งกินกันน้ำแกงของป้าเฟอร์นี้เป็นน้ำซุปกระดูกวัวที่หวานหอมอร่อยเพราะแกเขี้ยวนานจนเค้าเหนือเส้นฝืที่เหนียวนุ่มนั้นเข้ากันกับเนื้อเปื่อยฝานบางบางและใบโหระพาขาวหอมหรือผักชีฝรั่งถั่วงอกและผักอื่นๆจะใส่ตก้าวต่างหากมาให้เรารีบเช็คโยนใส่ถ้วยฝึกเอาเองเรียกว่าไม่ต้องเติมเครื่องปรุงอะไรนอกจากดรอปพริกป่นนิดหน่อยก็อร่อยจนไม่อยากจะให้หมดชามเพื่อนรักกินทั้งหลายคนก็ลงมติว่าเฝอเลดี้หน้าหัวมุมถนนนี้ ชนะเลิศ

ร้านเปิดหัวค่ำประมาณ 6 โมงเย็นถึงหลังเที่ยงคืนนิดนิดบอกกับการละกินของอุ่นอุ่นก่อนนอนเป็นที่สุด

ร้านบะหมี่พี่น้อง & Hanoi Gallery old propaganda posters

ร้านบะหมี่ตู้รถเข็นอีกร้านที่หลบใต้แสงไฟในมุมของถนนนักเดินทางร้านนี้มีความอุ่นอุ่นรุ่นขึ้นจากหม้อน้ำซุปตลอดเวลาดูเหมือนจะเป็นอีกโลกหนึ่งเมื่อมองกลับไปอีกฝั่งที่เป็นบรรยากาศบาสีแสงนีออนเปิดเพลงร็อกเสียงดังสนั่นทรวง go to bar ร้านบะหมี่ร้านนี้จะสะดุดตัวยืนกันอย่างเกรงใจทางเดินเท้าเพราะแกจะทำทุกวิถีทางให้สามารถเอารถเข็นก๋วยเตี๋ยวบะหมี่หมูแดงเพราะหม้อน้ำสุรากระบะบะหมี่ไข่น้ำทำเส้นเองท่านก็อีกละโต๊ะแล้วก็มุมสำหรับเก็บล้างชาม

ร้านบะหมี่พี่น้องแห่งยามค่ำคืนนี้ไม่ได้มาทุกเย็นหรือว่าทุกคืนแต่จะมาแค่ทุกคืนวันพุธถึงเสาร์เวลาตั้งแต่ทุ่มเป็นต้นไปถึงเช้าก่อนเข้านอนของคนกินกลางคืนมาที่นี่ก็จะไม่ผิดหวังเพราะจะได้อารมณ์และบรรยากาศแบบไซง่อนวันเก่า และไซง่อนกับแสงไฟไกลเพียงฝั่งตรงข้าม

Hanoi Gallery old propaganda posters

เดินเข้าไปทำเส้นถนนครึกครื้นเส้นนี้ก็จะเหมือนถนนข้าวสารพี่แต่ว่าไม่อึกทึกรมีร้านดื่มแบรนด์ช็อปที่ nan เทาและอาจจะไม่จำเป็นเลยที่จะบอกว่าชอบร้านไหนทำอะไรเพราะทุกร้านก็ต่างมีเอกลักษณ์ของตัวเองฉีกยิ้มเรียกคนเข้าร้านอยู่ร้านนี้จะมีบุคลิกเฉพาะตัวอยากโพสตอร์โฆษณาปลุกเร้าชวนเชื่อทางการเมืองให้รักชาติของเวียดนามร้านนี้จะเปิดก่อนในฮานอยตามชื่อเรียกร้านตั้งแต่ช่วงปี 1990 ฝึกต่อร้านกันมาสามรุ่นต่างรุ่นปู่รุ่นลุงและรุ่น Ms.Hanh

Madame Cuc & Ginkgo

มาดามคุด คือชื่อโรงแรมที่เป็นที่นิยมในหมู่นักเดินทางเริ่มจากบอกกันปากต่อปากถึงบริการที่เป็นกันเองเหมือนเป็นครอบครัว มิสไฮ คือสุภาพสตรีที่ทำงานที่โรงแรมแห่งนี้เธอจะคอยเอาใจใส่ลูกค้าจำชื่อทุกคนได้แล้วค่อยถามสารทุกข์สุกดิบไม่ให้ใครน้อยกว่าใครแถมยังเป็น information เคาน์เตอร์ตอบปัญหาทุกอย่างตั้งแต่ที่กิน ทัวร์ หรือที่ช็อปต่างๆ

มาดามพุชเจ้าของโรงแรมนี้เป็นสุภาพสตรีเวียดนามที่ประสบความสำเร็จในการทำธุรกิจเกทเฮ้าส์และอื่นๆอีกมากมายจะเห็นตัวจริงได้จากรูปภาพของเธอบนโต๊ะกระจกที่โรงแรมที่มักจะใส่รูปคนรู้จักให้เป็นที่รู้จักกันมากขึ้น

ที่โรงแรมเพราะไว้ใจได้ในเรื่องของราคามิตรภาพ ข้อสำคัญโรงแรมในย่านนี้ คือตึกเก่าที่ผอมสูงเวลาจะขึ้นโรงแรมไปชั้นบนก็คือต้องเตือนสถานเดียวส่วนกระเป๋าเค้าก็จะเกี่ยวขอชักรอกขึ้นไปให้อย่าได้ลืมอะไรกันเชียวเพราะวิ่งขึ้นวิ่งลงหลายหลายทีไม่ดีต่อหัวใจสักเท่าไหร่แนะนำเลือกห้องด้านหลังที่มีหน้าต่างเพราะจะได้นอนหลับไม่ต้องนอนฟังเสียงผับเสียงบาร์แถมยังเปิดหน้าต่างฟังเสียงนกเสียงกาได้บ้าง

 

อีกที่หนึ่งคือร้านเสื้อยืดในไซง่อนไม่ได้หายากแต่ว่าร้านดีดีที่มีดีไซเนอร์เป็นตัวของตัวเองที่เรียกว่า Original นั้นมีไม่กี่ร้านเท่านั้นร้านนี้เปิดซักซักไปกลับโรงแรมร้านของ 10 ปาฐะไม่ว่าจะเป็นอะไรที่หวือหวาสะดุดตาแบบดาวเหลืองเสื้อแดงหรือเสื้อยืดบนคอมมิวนิสต์ที่การตัดเป็นรายที่ออกแบบโดยดีไซเนอร์ที่วัฒนธรรมและเอกลักษณ์แบบเวียดนามมาใส่ให้เป็นแบบร่วมสมัยบนเสื้อเหนือคอตตอนนุ่มดีไม่ยืดย้วยหรือหนาแถมยังเป็นร้านที่ร่วมแนวปฏิบัติและปรัชญาเดียวกันกับสินค้าหรือผลิตภัณฑ์แนว fair trade ที่ใส่ใจในสิ่งแวดล้อมด้วย